นี้คือช่วงเวลาก่อนที่แฟนเราจะป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกมีเลือดคลั่งในสมองข้างของทำให้แขนและขาซีกซ้ายเป็นอัมพาตครึ่งหนึ่งเขาพึงจะพันวิกฤตและเริ่มทำกายภาพบำบัดและยังเข็มตอนนี้ผ่านมา 2 เดือนกว่าแล้วตอนนี้นั่งเองได้แล้วทานข้าวได้แล้วพูดชัดขึ้นและหัดเดินด้วย ไม้เท้า3ขาต้องไปร.มอาทิตย์ละ 2 ครั้ง คือวันจันทร์ และ พุธ เราต้องออกจากงานเพือมาดูแลแฟนตอนแรกๆกับรับอารมณ์ไม่ได้เรายังไม่เข้าใจเขาคิดว่าเขาปรกติทะเลาะกันทุกวันแต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วเริ่มใจเย็นค่อยๆคุยเพาะเขากลับเป็นเด็กอายุ8 ขอบในคราบของสามีเราได้มาเลี้ยงสามีแบบลูก'เล้วจะมาเล่าต่อนะว่าเขาจะเดินได้ปรกติเมื่อไร แขนยังขยับไม่ได้

5/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมผมอยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการดูแลคนที่เรารักหลังจากเขาผ่านการป่วยหนักจากโรคเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งส่งผลให้แขนและขาซีกซ้ายเป็นอัมพาตครึ่งหนึ่ง ในช่วงแรกของการฟื้นฟูมันไม่ได้ง่ายเลย ทั้งภาระกายภาพบำบัดที่ต้องไปโรงพยาบาลเป็นประจำสัปดาห์ละสองครั้ง และการสื่อสารที่บางครั้งติดขัดเนื่องจากอาการโรค อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผมคือการจัดการกับอารมณ์ตัวเองและคู่ชีวิต เพราะเขากลับกลายเป็นเหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือทุกอย่าง แม้เราจะรู้สึกท้อแท้และเครียด แต่การหันมาใจเย็น ค่อยๆ คุยกัน และเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นช่วยทำให้เราผ่านพ้นความยากลำบากไปได้ ผมยังคงต้องเดินเคียงข้างแฟนกับการใช้ไม้เท้า 3 ขา ฝึกเดิน และพยายามกระตุ้นให้เขาขยับแขน แม้ว่ายังไม่สามารถขยับได้เต็มที่ก็ตาม ผมสังเกตว่า ความรักและความอดทนคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปด้วยดี ความสุขในแต่ละวันเกิดขึ้นได้แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุด เพราะเรารู้ว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้วเพื่อคนที่เรารัก สำหรับใครที่อยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ กัน ผมอยากให้กำลังใจว่าการดูแลคนป่วยต้องมีทั้งความเข้าใจ ยอมรับ และสู้ไปด้วยกัน เพราะนอกจากกายภาพบำบัดแล้ว ใจที่นิ่งสงบและเต็มไปด้วยความรักจะช่วยให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพและได้ผลดีตามมาอย่างแน่นอน