Automatically translated.View original post

Finish "philosophy" and go where the real world is...Heavy

We may have accidentally thrown away the "diamond."

Just because someone's blind says

It's just a "rock." 💎

The fine paper was beaten low.

Just because of the crease on the cover. 📖

While the worthy ones were relegated.

Just because someone uses "ears" to judge

Instead of "brain," think deeper than that. 🧠🚫

Many times in life.

The most valuable thing.

It is often not rejected because it is priceless.

But rejected.

Because the person who looks at it... can't see

Other people's words

Maybe it's just "the sound of the wind through the ears."

But if we take it as the compass of life,

We may walk lost.

Unknowingly.

Stop being a reader who only looks at "covers."

Stop being a listener who believes every word.

Without ever questioning.

Because of the truth of this world.

Doesn't depend on that.

Who "told" how much?

But it depends on that.

You have wisdom enough to "touch the truth."

By yourself? ✋🔥

Don't give in to prejudice.

Let's overshadow the beauty of anything.

Until one day you become myopic.

That just sees the world.

Only the saliva of those around you. 🌊🐍

3/10 Edited to

... Read moreหลังจากที่เราได้เรียนรู้และจบการศึกษาสาขาปรัชญา หลายคนอาจเผชิญกับคำถามว่าก้าวต่อไปควรทำอย่างไรในโลกความจริงที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและแรงกดดัน การศึกษาเรื่องปรัชญาเปิดโอกาสให้เราได้ตั้งคำถามลองคิด และมองสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้งมากกว่าผิวเผิน อย่างไรก็ตาม ในชีวิตจริง บางครั้งเราก็ยังเจอผู้คนที่ตัดสินสิ่งดีๆ หรือความสามารถของเราแค่จากภายนอก เช่นเดียวกับที่ในบทความกล่าวถึง "เพชร" ที่อาจถูกมองว่าเป็นแค่ก้อนหิน หรือกระดาษเนื้อดีที่ถูกตีค่าต่ำเพียงเพราะดูภายนอกเหมือนมีรอยยับ สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงคือ การรู้จักใช้ “สมอง” คิดให้ลึกซึ้งก่อนที่จะเชื่อคำพูดหรือมุมมองของผู้อื่น เพราะคำพูดของคนรอบตัวมักจะเป็นดาบสองคมที่อาจสร้างแรงกดดันหรือความเข้าใจผิดได้ง่าย ในการเดินทางหลังจากเรียนปรัชญา เราควรฝึกฝนความสามารถในการวิเคราะห์และแยกแยะข้อมูล รวมถึงอย่าเพียงแค่เชื่อสิ่งที่ "ได้ยิน" อย่างเดียว แต่ต้องมาสัมผัสและพิสูจน์ "ความจริง" ด้วยตัวเอง นี่คือบทเรียนที่ทำให้ผมเข้าใจว่าปัญญาและการใส่ใจในรายละเอียดต่างหากที่จะทำให้เราไม่หลงทางในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวนและอคติ นอกจากนี้ การเรียนรู้ที่จะไม่ตัดสินใครหรือสิ่งใดแค่จากภายนอก หรือคำพูดของคนอื่น จะช่วยให้เราเห็นคุณค่าที่แท้จริงและไม่พลาดโอกาสดีๆ ที่อาจซ่อนอยู่รอบตัว ในสังคมปัจจุบันที่ข้อมูลล้นหลาม การมีวิจารณญาณและความคิดริเริ่มจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าที่เคย ผมเองยังคงยึดหลักการนี้ในการใช้ชีวิตและการทำงานเสมอ เพราะโลกนี้ไม่ได้ตัดสินด้วยเสียงดังหรือจำนวนคำพูด แต่สิ่งที่สำคัญคือการเข้าใจสิ่งนั้นๆ อย่างแท้จริงด้วยใจและสมองของเราเอง อย่าให้อคติหรือความคิดเห็นของผู้อื่นมากำหนดทิศทางชีวิตหรือวิธีที่เราเห็นโลก เพราะท้ายที่สุดแล้ว การมองโลกผ่าน "น้ำลายของคนรอบข้าง" นั้น ทำให้เราสูญเสียการมองเห็นและการสัมผัสความงดงามที่แท้จริงของชีวิตได้อย่างน่าเสียดาย