Automatically translated.View original post

La Roche VS Clear Nose🌟👀

👩🏻 Skin Types: Mixed Skin

Personally, we used both brands.

I used Clear Notes a lot of tubes before, but I felt that the acne clogs are still up, so I switched to La Roche. The meat is a little heavier than Clear Notes, but I feel used. Acne clogs rarely. I wake up early and the face is still juicy, not the face.

In summary, both are good because of Clear Notes. We also use it in the morning. Cosmetics are more durable.

🗣:

👉 dry, easy to irritate or just a laser / rash → La Roche-Posay B5 + will fix the skin better.

👉 If Oily-Skin Blend or Want Casual Gel Texture Daily Use → Clear Nose Moist

# larocheposaythailand # Clearnose # Skin Care # moisturizer # Drug sign with lemon8

2025/9/18 Edited to

... Read moreหลายคนเสิร์ชหา “มอยเจอร์ไรเซอร์ B5 ลาโรช” กับ “เนื้อเจล Clear Nose” เหมือนกัน เราเลยสรุปเพิ่มแบบละเอียดจากที่ลองใช้จริง เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนผิวผสม/เป็นสิวอุดตันง่าย 1) เนื้อสัมผัสจริงๆ ต่างกันยังไง - La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ จะเป็นเนื้อบาล์มครีมเข้มข้นกว่า เกลี่ยแล้วให้ฟีลเคลือบผิวบางๆ ช่วงแรกจะรู้สึกหนักกว่า แต่พอเซ็ตตัวจะให้ความฉ่ำแบบผิวอิ่มน้ำ (ไม่ใช่หน้ามันสำหรับเรา) เหมาะมากเวลาแสบ แดง ระคายเคือง หรือผิวแห้งลอก - Clear Nose Moist Skin Barrier Moisturizing Gel จะเป็นเนื้อเจลบางเบา ซึมไวกว่า ช่วงทาจะให้ความชุ่มแบบสบายผิว ไม่ค่อยเหนอะหนะ เหมาะกับวันที่อยากได้อะไรเบาๆ หรือทาก่อนแต่งหน้า 2) เรื่องสิวอุดตัน/ผิวมันระหว่างวัน ถ้าช่วงไหนเราอุดตันง่ายหรือใช้กรดผลัดเซลล์/เรตินอลแล้วผิวเริ่มงอแง ตัว B5+ จะช่วยพยุงผิวได้ดี รู้สึกว่าตื่นมาผิวดูฟูและสิวอุดตันขึ้นยากลง (ในเคสเรา) แต่ถ้าเป็นคนหน้ามันมากๆ แนะนำเริ่มทาบางๆ เฉพาะจุดที่แห้งหรือระคายเคืองก่อน ส่วน Clear Nose เจลเหมาะกับเดย์รูทีนมาก โดยเฉพาะผิวผสม-ผิวมัน เพราะความเบาทำให้ไม่รู้สึกหนา หน้าไม่เยิ้มง่าย แต่ถ้าผิวกำลังพังมากๆ อาจต้องทาซ้ำ/เลเยอร์เพิ่มหรือปิดด้วยครีมที่เข้มข้นกว่า 3) ใช้เช้า-เย็นให้เวิร์ก (ทริคส่วนตัว) - ตอนเช้า: ใช้ Clear Nose เป็นมอยส์หลัก เพราะแต่งหน้าติดดีขึ้นและไม่กวนเมคอัพ รอให้เจลเซ็ต 2-3 นาทีแล้วค่อยลงกันแดด - ตอนกลางคืน: ถ้าวันนั้นหน้าแห้ง แสบ หรือเพิ่งทำเลเซอร์/มีผื่น เราจะใช้ La Roche-Posay B5+ เป็นตัวปิดงาน ทาบางๆ ทั้งหน้า หรือเน้นบริเวณที่ลอก/แดงเป็นพิเศษ 4) ถ้าต้องเลือกแค่หลอดเดียว - เลือก La Roche-Posay B5+ ถ้าผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย ต้องการแนว “ซ่อมผิว” เนื้อบาล์มเข้มข้น ไม่มีน้ำหอม และเหมาะกับผิวแพ้ง่าย - เลือก Clear Nose Moist Skin Barrier Gel ถ้าผิวมัน-ผิวผสม ชอบเนื้อเจลซึมไว ใช้เช้า-เย็นสบายๆ และอยากได้มอยส์ที่เข้ากับการแต่งหน้า สรุปคือสองตัวทำหน้าที่ต่างกันนิดนึง ถ้าให้เราเลือกใช้คู่กัน จะเป็น “เช้าเจล / คืนบาล์ม” แล้วผิวบาลานซ์สุด โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนหรือผิวเริ่มมีสิวอุดตัน