จากคะแนน onet อังกฤษ 28 คะแนน สู่ A วิชา RAM1111

โพสต์นี้จะมาให้กำลังใจสำหรับคนที่เตรียมตัวสอบวิชา RAM1111

ตอนประถมจนถึงม.ต้น ผมเป็นคนชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษมากๆ ด้วยเหตุผลที่ไร้สาระ คือ ไม่รู้ว่ามันคือภาษาอะไร เลยสนใจเป็นพิเศษ

แต่พอขึ้น ม.ปลาย เรียนสายศิลป์-คำนวณ เป็นคนไม่ชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ (จริงๆ อาจารย์ก็สอนดี แต่สอบตกภาษาอังกฤษมาโดยตลอด)

จนกระทั่ง ก่อนขึ้น ม.6 มีความฝันว่าอยากเข้าบัญชี ธรรมศาสตร์มากๆ ยุคนั้นมีข้อสอบที่ชื่อว่า SMART I มีพาร์ทภาษาอังกฤษ สอบครั้งแรก ทำไม่ได้เลย เดาแทบจะทุกข้อ สุดท้าย เต็ม 100 กวาดไปแค่ 20 คะแนนเท่านั้น (เคยได้คะแนนสูงสุด 35 คะแนน) ทำให้ความฝันนั้นจบลง (SMART I มีพาร์ทเลข การอ่าน ภาษาอังกฤษ และความรู้รอบตัว สอบทั้งหมดประมาณ 10 ครั้ง คะแนนสูงสุดที่ได้ เลข 72/100 การอ่าน 50/100 ภาษาอังกฤษ 35/100 ความรู้รอบตัว 55/100 คะแนนครั้งที่สูงที่สุด 51.1/100)

จนกระทั่งสอบ onet สนใจแค่วิชาเลขเท่านั้น ที่เหลือขอผ่านเกณฑ์ก็พอ สุดท้ายก็ตามคาด

พอจบม.6 เรียนปริญญาตรีใบแรก (สมัยนั้นเป็นยุค admission สอบติดบัญชีที่ม.สวนดุสิต) ก็เริ่มกลับมาเปิดใจกับวิชาภาษาอังกฤษอีกครั้ง เพราะวิชาทั่วไป มีเรียนภาษาอังกฤษ 3 ตัว + วิชาบัญชีบางวิชาเรียนเป็นภาษาอังกฤษ + สามารถนำไปใช้ในการทำงาน จนกระทั่งขึ้นปี 4 สอบ TOEIC คะแนนสูงสุดที่ได้ คือ 600/990 (ตอนเรียนป.โท เคยสอบได้ 670/990)

พอเรียนราม ตอนแรกกังวลกับวิชา RAM1111 แต่พอสอบ e testing ก็ถือว่ากำลังดี ข้อสอบเน้น Grammar ซึ่งเป็นเรื่องที่ถนัดอยู่แล้ว ประกอบกับ Vocab ที่พอแปลได้ + ทำข้อสอบย้อนหลังหลายๆ เทอม ก็เลยเก็บ A ได้สบายๆ ครับ

อยากจะฝากว่า ถ้าเจอวิชาที่ไม่ชอบ ขอแค่เปิดใจ ไม่มีอคติกับอาจารย์ ตั้งใจเรียน แค่นี้ก็สอบผ่านแล้วครับ

สุดท้ายนี้ ใครที่กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสอบ RAM1111 หรือสอบอะไรก็แล้วแต่ที่มี Part ภาษาอังกฤษ ก็เป็นกำลังใจให้นะครัว สู้ๆ ครับ

#เรียนราม #ram1111

2/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่ค้นหาเรื่อง “คะแนน O-NET” มักอยากรู้ 2 อย่างพร้อมกันคือ 1) คะแนนเราอยู่ระดับไหนเมื่อเทียบกับคนอื่น และ 2) คะแนนนั้นแปลว่าเรา “อ่อนอังกฤษ” ไปตลอดไหม จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยได้คะแนน O-NET อังกฤษ 28 คะแนน (มีใบคะแนนชัดเจนเลย) บอกได้เลยว่าคะแนนสอบครั้งนั้นไม่ใช่คำตัดสินชีวิตภาษาอังกฤษค่ะ/ครับ มันเป็นแค่ภาพสะท้อนช่วงเวลานั้น—ตอนที่เราอาจยังไม่ถนัดแนวข้อสอบ ไม่ชินการอ่านยาว ๆ หรือยังไม่เข้าใจ Grammar แบบเป็นระบบ ถ้าใครเพิ่งเช็กคะแนน O-NET แล้วรู้สึกเฟล ลองใช้คะแนนเป็น “จุดตั้งต้น” แทน เช่น - ดูว่าเราพลาดหนักส่วนไหน: อ่านไม่ทัน? คำศัพท์ไม่รู้? หรือ Grammar สับสน? - ตั้งเป้าใหม่แบบจับต้องได้: ไม่ต้องเริ่มจาก “เก่งมาก” ให้เริ่มจาก “ทำให้ทัน” และ “ผิดให้น้อยลง” ก่อน สำหรับคนที่มาเจอปัญหานี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานอย่าง RAM1111 (ที่หลายคนกังวล) สิ่งที่ช่วยมากคือเปลี่ยนวิธีเตรียมตัวให้เหมาะกับข้อสอบจริง โดยเฉพาะสาย e-Testing ที่แนวจะชัดเจนขึ้น สิ่งที่ผมทำแล้วเวิร์ก (และทำให้จากกังวลกลายเป็นได้เกรด A) คือ 1) เริ่มจาก “ข้อสอบย้อนหลังหลายเทอม” ก่อนอ่านหนังสือ ให้ลองทำแบบจับเวลา แล้วค่อยจดว่าเราผิดเรื่องอะไรบ่อย ข้อดีคือรู้ทันทีว่าควรโฟกัสจุดไหน ไม่อ่านสะเปะสะปะ 2) โฟกัส Grammar ที่ออกบ่อยเป็นแพตเทิร์น ส่วนตัวรู้สึกว่าข้อสอบ RAM1111 จะเน้น Grammar ที่เป็นหลัก ๆ เช่น Tense, Subject-Verb Agreement, Part of Speech, Prepositions, Conjunctions ถ้าเราทบทวนเป็นหัวข้อและทำโจทย์ซ้ำ ๆ คะแนนจะขึ้นไวมาก 3) Vocab ไม่ต้องท่องยาว แต่ให้จำจากโจทย์ คำศัพท์ที่เจอบ่อย ๆ ในข้อสอบ ให้ทำเป็นลิสต์สั้น ๆ (20–30 คำ/สัปดาห์) พร้อมตัวอย่างประโยค จะจำได้แม่นกว่า 4) เทคนิคตอนทำข้อสอบ: ตัดช้อยส์ก่อนแปลทั้งประโยค บางข้อไม่ต้องแปลหมด แค่ดูโครงสร้างก็รู้ว่าช้อยส์ไหนผิดไวยากรณ์ ช่วยประหยัดเวลาและลดความเครียด สุดท้าย ถ้าคุณกำลังคิดว่า “คะแนน O-NET ต่ำ แปลว่าเรียนอังกฤษไม่ไหว” ผมอยากยืนยันจากเส้นทางตัวเองว่าไม่จริงเลย ขอแค่เปิดใจ ทำข้อสอบให้ตรงแนว และฝึกซ้ำแบบมีแผน คะแนน (และเกรด) เปลี่ยนได้จริง

ค้นหา ·
วิชาram1111