🔴 ‘กสม.กัมพูชา’ ออกแถลงการณ์ ยก ‘สว.อังคณา’ ของไทย ระบุ การกระทำใดๆ ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือส่งผลกระทบต่อจิตใจของพลเรือนแม้จะเป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจเข้าข่ายการทรมาน ตามอนุสัญญา CAT ที่ประเทศไทยเป็นภาคี อยากฟังรัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรในเวทีระดับโลก

แนะไม่ควรเปิดเสียงผี

จากกรณีวันที่ 12 ต.ค. 68 ที่ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ออกมาแสดงความเห็นว่า นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียงเครื่องบิน F-16 และเสียงผี เพื่อกดดันชาวกัมพูชาที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อาจละเมิดอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 12 ต.ค.68 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชา (CHRC) ได้ออกแถลงการณ์ต่อความเคลื่อนไหวของ สว.อังคณา โดย CHRC ระบุว่า ขอแจ้งให้สาธารณชนทราบว่า นางอังคณา นีละไพจิตร วุฒิสมาชิกไทย ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำร้องเร่งด่วนของ CHRC ที่ยื่นต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เกี่ยวกับการใช้เสียงที่ก่อให้เกิดความรำคาญเป็นรูปแบบหนึ่งของการข่มขู่และคุกคามทางจิตใจตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยโดยเจ้าหน้าที่ทหารไทย

CHRC ขอเน้นย้ำข้อความต่อไปนี้ “รัฐบาลควรตระหนักว่า การทำใด ๆ ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือส่งผลกระทบต่อจิตใจของพลเรือนแม้จะเป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญา CAT ที่ประเทศไทยเป็นภาคี อยากฟังว่ารัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรในเวทีระดับโลก”

#ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #การเมือง

2025/10/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยการใช้เสียงเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน F-16 และเสียงผีเพื่อกดดันชาวกัมพูชา สร้างความหวาดกลัวและกดดันทางจิตใจต่อประชาชนในพื้นที่ เป็นเรื่องที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากองค์กรสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชา (CHRC) ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การกระทำในลักษณะนี้สามารถจัดเป็นการทรมานทางจิตใจตามความหมายของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ซึ่งไทยเป็นภาคีร่วมภายใต้อนุสัญญาดังกล่าว การทรมานทางจิตใจอย่างหนึ่ง คือการใช้เสียงดังรบกวนหรือเสียงที่สร้างความหวาดกลัวต่อพลเรือน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เปราะบาง เช่น เด็ก คนชรา หรือผู้ถูกคุมขัง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งทางชายแดน เสียงดังที่ถูกนำมาใช้ในลักษณะนี้ถือเป็นเครื่องมือสร้างความหวาดกลัวและกดดันจิตใจที่ไม่เหมาะสมในกฎหมายระหว่างประเทศ ในประเด็นนี้ความเห็นจาก สว.อังคณา นีละไพจิตร ได้ทำให้เกิดการถกเถียงทางสังคมว่า การกระทำนี้ผิดหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ รวมทั้งคำร้องขอที่ CHRC ยื่นต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว สำหรับรัฐบาลไทย การตอบข้อกังวลนี้ในเวทีระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ความชัดเจนและแสดงความตั้งใจในการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน และอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิพลเรือนในสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศและลดความตึงเครียดในภูมิภาค ในเชิงปฏิบัติ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรหลีกเลี่ยงการใช้เสียงหรือวิธีการใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของพลเรือน และควรมีมาตรการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของไทยและมาตรฐานสากลด้านการปฏิบัติในสถานการณ์ความขัดแย้ง