🔴 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาแสดงความ ผิดหวังต่อท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นการปราบปราม “สแกมเมอร์” ที่รัฐบาลประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” แต่กลับไม่มีท่าทีเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน และสวนทางกับสิ่งที่เคยประกาศไว้

นายรังสิมันต์ระบุว่า รัฐบาลยังขาดความจริงจังในการดำเนินการกับผู้มีอิทธิพลหรือผู้เกี่ยวข้องในขบวนการสแกมเมอร์ โดยเฉพาะในส่วนที่อาจเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐ “สิ่งที่สังคมเห็นคือ รัฐบาลพูดว่าจะเอาจริง แต่พอถึงเวลา กลับไม่เห็นความคืบหน้าเลย”

พร้อมกันนั้น รังสิมันต์ยังได้ “จี้” ให้ ปลดนายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกจากคณะรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่า “สังคมรับไม่ได้กับพฤติกรรม” และการที่นายธรรมนัสยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ ส่งผลให้รัฐบาล ขาดความน่าเชื่อถือ ในสายตาประชาชน

“ข้อมูลที่เรามีสามารถเอาผิดได้ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หากฝ่ายค้านเห็นพ้องกัน ผมพร้อมยื่นญัตติซักฟอกทันที”

— รังสิมันต์ โรม กล่าว

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลถือว่า “การปราบสแกมเมอร์” เป็น วาระแห่งชาติ และจะดำเนินการกับทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อยกเว้น “ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใคร จะอยู่ระดับไหน ถ้ามีหลักฐานชัดเจน รัฐบาลพร้อมใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด” พร้อมเผยว่ากำลังเร่งทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการติดตามเส้นทางการเงินและบัญชีม้า

อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจารณ์มองว่า การดำเนินงานจริงของรัฐบาลยังไม่สอดคล้องกับคำประกาศ โดยเฉพาะการยังคงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ถูกตั้งข้อสงสัยในขณะที่มีแรงกดดันจากสังคมและนานาชาติ เกี่ยวกับการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

#ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8 #lemon8ไดอารี่ #การเมืองไทย

2025/11/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการปราบปรามสแกมเมอร์ในประเทศไทยกลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองและสังคม เนื่องจากปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายมิติ ทั้งการเสียหายทางการเงินและความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลประกาศให้การปราบปรามสแกมเมอร์เป็น "วาระแห่งชาติ" แต่ยังขาดท่าทีปฏิบัติที่ชัดเจนอย่างที่สังคมคาดหวัง จากเหตุการณ์วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายรังสิมันต์ โรม แสดงความผิดหวังอย่างชัดเจนต่อท่าทีของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากการดำเนินงานที่ยังไม่จริงจังและไม่โปร่งใส โดยเฉพาะในกรณีที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามว่ารัฐบาลกล้าจัดการอย่างเด็ดขาดหรือไม่ ความไม่แน่ใจในมาตรการของรัฐบาลก็สะท้อนผ่านข้อเรียกร้องให้ปลดนายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสำนักงานต่าง ๆ และสังคมมองว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ การปลดออกจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เพียงแต่ประกาศวาระแห่งชาติ แต่มีมาตรการจริงจังในการแก้ไขปัญหาทุจริตและฉ้อโกงที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ในขณะเดียวกัน นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลยังถือการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติและจะไม่ละเว้นใครหากมีหลักฐานชัดเจน พร้อมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อติดตามเส้นทางการเงินผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี ความโปร่งใสและความเร็วในการดำเนินงานยังเป็นประเด็นที่ประชาชนและฝ่ายวิจารณ์จับตามองอย่างใกล้ชิด เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการเมืองภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับแรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการเห็นการคุ้มครองผู้บริโภคและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ การปราบปรามที่มีประสิทธิภาพจะช่วยป้องกันการเสียหายทางเศรษฐกิจและฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายของไทยต่อทั้งประชาชนและนักลงทุน การแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์อย่างจริงจังต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐทั้งภาครัฐและภาคประชาชน รวมถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานและการสื่อสารข้อมูลกับประชาชนให้ชัดเจน ลดความคลุมเครือและเพิ่มความมั่นใจว่าผู้กระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างจริงจังและรวดเร็ว