🔴 กองทัพบกลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจากอิทธิพลพายุ “คัลแมกี”

จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “คัลแมกี” ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลาง ซึ่งบางจังหวัดเริ่มมีระดับน้ำเพิ่มสูงและไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนเป็นวงกว้าง

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของทุกกองทัพภาคติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยได้จัดเตรียมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องจักรกลหนัก เรือท้องแบน และชุดแพทย์เคลื่อนที่ ให้พร้อมเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้ทันที

ในพื้นที่ภาคกลาง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 1 ได้ระดมกำลังจากหน่วยขึ้นตรง เข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา : กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ จัดกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา บางไทร เสนา บางปะอิน และบางบาล โดยดำเนินการขนย้ายสิ่งของ อพยพประชาชน และเสริมแนวคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชุมชน

-จังหวัดอ่างทอง : กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เข้าดำเนินการเสริมแนวกั้นน้ำและคันดินป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชุมชน รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงในอำเภอป่าโมกและไชโย

-จังหวัดปทุมธานี : หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก จัดกำลังพลหน่วยขึ้นตรง เข้าช่วยบรรจุทรายใส่กระสอบ จัดทำแนวกั้นน้ำ และสนับสนุนยานพาหนะในการอพยพประชาชน รวมถึงขนย้ายสิ่งของจำเป็นในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี สามโคก และลาดหลุมแก้ว

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ภาคเหนือ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน อาทิ มณฑลทหารบกที่ 31 จัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบ้านพักเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยดำเนินการช่วยขนย้ายสิ่งของไปยังที่สูง

นอกจากนั้น ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 2 ได้เตรียมความพร้อมของกำลังพล และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น อาทิ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มณฑลทหารบกที่ 21 ได้ตรวจความพร้อมและซักซ้อมการปฏิบัติของชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 21 เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรอบคอบ รวดเร็ว และให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นหลัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดผลกระทบจากภัยพิบัติ และช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว กองทัพบก พร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ข้อมูลโดยศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก, 8 พฤศจิกายน 2568

#ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่

2025/11/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมพายุโซนร้อนคัลแมกีที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 ถึง 9 พฤศจิกายน 2568 ได้สร้างสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทางกองทัพบกได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ด้วยการส่งกำลังพลและเครื่องมือหนักเข้าไปช่วยเสริมแนวป้องกันน้ำ เช่น การวางถุงทราย การสร้างคันกั้นน้ำ และการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย สำหรับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวรับมืออุทกภัยด้วยการติดตามข่าวสารจากทางราชการ เพื่อเตรียมจัดเก็บของใช้จำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม และยา รวมถึงทำความเข้าใจวิธีอพยพอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนยังเป็นหัวใจสำคัญในการลดผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ เช่น การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือในระดับท้องถิ่น การเชื่อมโยงเครือข่ายจิตอาสาเพื่อให้ความช่วยเหลือและข้อมูล รวมถึงการให้ความรู้ด้านการป้องกันและฟื้นฟูหลังน้ำลด ในระยะยาว การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่แม่นยำและเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มยังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเสริมความพร้อมในการรับมือภัยธรรมชาติแบบครบวงจร รวมถึงการวางแผนและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถต้านทานอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพบกยังคงยืนหยัดพร้อมสนับสนุนทุกฝ่ายเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยและกลับสู่ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งส่งเสริมการฟื้นฟูชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน