Magokoro • มีใจให้มัทฉะ — ร้านชาสุดฮิตที่เชียงใหม่ 🍵
🍵 เมนูที่สั่ง:
• Yamayuri Matcha Latte (169 THB)
มัทฉะอร่อยมากกกก ออกโทนทั่วถั่ว + สาหร่าย 🥜
• Strawberry Pistachio Tart
อันนี้สั่งแบบไม่คาดหวังแต่ดีเกินคาด สตอเบอรี่เปรี้ยวหวาน ๆ กับถั่วพิตาชิโอนัว ๆ 🍓🍰
📍สถานที่:
มาโกโคโระ ทีเฮาส์ (มีใจให้มัทฉะ)
🚘 *ที่ร้านไม่มีที่จอดรถ แนะนำให้จอดที่วัดศรีดอนไชย
#มัทฉะเชียงใหม่ #คาเฟ่เชียงใหม่ #คาเฟ่ #ร้านมัทฉะ #ป้ายยากับlemon8
หลายคนเสิร์ชคำว่า “yamayuri matcha” แล้วสงสัยว่ามันคือมัทฉะแบบไหน ต่างจากเมนูมัทฉะลาเต้ทั่วไปยังไง—อันนี้ขอเล่าจากประสบการณ์ที่ได้ลอง Yamayuri Matcha Latte ที่ร้าน Magokoro Teahouse (มีใจให้มัทฉะ) เชียงใหม่ค่ะ สำหรับแก้วนี้ สิ่งที่รู้สึกชัดมากคือ “ความเข้ม” ของมัทฉะ ไม่ใช่แนวหวานละมุนแบบดื่มง่าย ๆ ทั่วไป แต่จะมาโทนถั่วนัว ๆ (คล้ายถั่วคั่ว) แล้วมีปลายกลิ่น/โทนสาหร่ายบาง ๆ ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่คนชอบมัทฉะสายญี่ปุ่นมักจะตามหา ดื่มแล้วได้ฟีล umami มากกว่า “หวานมัน” ถ้าใครชอบมัทฉะเข้ม ๆ แนะนำให้ลองสั่งความหวานน้อย หรือแจ้งพนักงานว่าอยากได้บาลานซ์ให้มัทฉะเด่น จะยิ่งสัมผัสรส yamayuri matcha ได้ชัดขึ้น ทริคเล็ก ๆ ตอนดื่ม: ก่อนดื่มลองคนเบา ๆ ให้ชั้นนมกับมัทฉะเข้ากัน (บางร้านจะมีเลเยอร์) แล้วลองจิบแรกแบบยังไม่กินขนมคู่ จะจับโทนถั่ว+สาหร่ายได้ง่ายกว่า จากนั้นค่อยทานของหวานตามเพื่อดูว่ารสเปลี่ยนยังไง ของหวานที่เข้ากันมากในร้านนี้สำหรับเรา คือ Strawberry Pistachio Tart เพราะสตรอว์เบอร์รีมีความเปรี้ยวหวานช่วยตัดความเข้มของมัทฉะได้ดี ส่วนพิสตาชิโอจะเสริมโทนนัว ๆ ทำให้แก้ว yamayuri matcha latte ยิ่งเด่นขึ้น แบบที่กินไปจิบไปแล้วไม่เลี่ยน บรรยากาศร้านด้านหน้าจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น ถ่ายรูปกับป้ายไม้ชื่อ Magokoro Teahouse สวยมาก และมีป้ายเวลาเปิด-ปิด (10:00–21:00 น.) เหมาะกับคนที่อยากแวะช่วงบ่ายหรือหลังเลิกงาน เรื่องที่ควรรู้ก่อนไป: ร้านไม่มีที่จอดรถหน้าร้าน เราจอดที่วัดศรีดอนไชยตามที่ร้านแนะนำแล้วเดินต่อ ระยะไม่ได้ไกลมาก แต่ถ้าไปช่วงคนเยอะเผื่อเวลาไว้หน่อยจะชิลกว่า สรุปถ้าใครกำลังหาคำตอบว่า yamayuri matcha รสประมาณไหน—สำหรับเราเป็นมัทฉะเข้ม โทนถั่วเด่น มีความสาหร่าย/อูมามิปลาย ๆ ไม่ใช่แนวหวานนำ และเหมาะมากกับสายมัทฉะจริงจังที่อยากลองรสชาติที่มีคาแรกเตอร์ชัด ๆ ค่ะ




อยากกิน