ไม่เคยเข้าใจคำนี้จนมาอ่านเล่มนี้!!

“มองโลกตามโลกที่เป็นอยู่”

จนมาเจอหนังสือเล่มนี้!!

เวลาที่เราเจอเรื่องอะไรเกิดขึ้นในชีวิต ก็จะมีคนที่มองโลก2แบบคือมองบวก มองลบ

แต่ในเล่มนี้บอกว่าถ้ามองบวก เราก็จะคาดหวังว่าเราจะเจอแต่สิ่งดีๆ พอมันไม่เป็นไปตามที่หวังเราก็ทุกข์

แต่ถ้ามองลบ เราก็จะทุกข์เลย

หนังสือบอกว่า ให้มองโลกแบบที่โลกเป็นคือการไม่ไปหวังว่ามันจะเป็นยังไงต่อ แค่ดูตามที่มันเป็นไป

อ่านแล้วแบบตื่นรู้มาระดับนึง

ช่วงนี้เราอารมณ์สวิงมาก

ทั้งเรื่องตัวเอง เรื่องคนอื่น

มันทำให้เราไม่มีความสุขเลย

พออ่านตอนนี้แล้วแบบมันฮีลใจ

มันได้ข้อคิด เล่มนี้พึ่งพิมพ์ครั้งแรกด้วย ประทับใจ

#รีวิวหนังสือ #หนังสือฮีลใจ #หนังสือพัฒนาตนเอง

2025/12/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมตอนแรกเราเองก็สงสัยคำว่า “play safe” เหมือนกัน เพราะเห็นใช้ได้หลายบริบทมาก บางทีเหมือนชม บางทีก็เหมือนเตือน พอไปอ่านหนังสือ Never Play It Safe (Chase Jarvis) แล้วมันทำให้เราเชื่อมโยงคำนี้กับ “มองโลกตามโลกที่เป็นอยู่” ได้ชัดขึ้น Play safe แปลตรงๆ คือ “เล่นแบบปลอดภัย / ทำอะไรแบบไม่เสี่ยง” เช่น เลือกทางที่ชัวร์ๆ ไม่ออกนอกกรอบ ไม่พลาดแน่ แต่ในชีวิตจริงมันมีโทนซ่อนอยู่ด้วย บางคนพูดเพื่อหวังดี เช่น “ระวังไว้ก่อนก็ดี” แต่บางครั้งมันคือการย้ำให้เราอยู่ในพื้นที่เดิมๆ จนไม่กล้าลองอะไรใหม่เลย สิ่งที่เราได้จากเล่มนี้คือ เขาไม่ได้บอกให้เราบ้าบิ่นนะ แต่ชวนคิดว่าเรา “กำลัง play safe เพราะกลัวอะไร” มากกว่า กลัวผิดพลาด กลัวโดนตัดสิน กลัวไม่เก่งพอ ซึ่งพอมองให้ตามที่เป็นอยู่ (ไม่เติมเรื่องในหัวเพิ่ม) เราจะเห็นชัดว่า ความกลัวมันเป็นแค่ความรู้สึกหนึ่ง ไม่ใช่คำทำนายอนาคต อีกประโยคที่ชอบมากคือแนวคิดว่า “โลกนี้เป็นภาพสะท้อน” แบบพอเราเครียด โลกทั้งใบก็ดูหนักไปหมด พอเราใจเย็น โลกเดิมๆ กลับดูรับมือได้ขึ้น เวลาเราอารมณ์สวิง เรามักตีความทุกอย่างแรงกว่าความจริง เช่น แค่คนพิมพ์สั้นๆ ก็คิดว่าเขาไม่โอเคกับเรา แล้วก็ทุกข์เอง ส่วนคำคมแนว “โลกจะดีขึ้นเมื่อไม่มีสิ่งใด…” เราว่าหลายคนตั้งใจสื่อว่า โลกดีขึ้นเมื่อ “ไม่มีความคาดหวัง/ไม่มีอคติ/ไม่มีการเปรียบเทียบ” (แล้วแต่บริบท) ซึ่งมันเข้ากับบทในหนังสือมาก เพราะถ้าเรามองบวกแบบคาดหวัง พอมันไม่เป็นไปตามนั้นเราก็เจ็บ แต่ถ้ามองโลกตามที่เป็นอยู่ เราจะเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่ “เกิดขึ้น” แล้วเราค่อยเลือกตอบสนอง แล้วคำว่า “ไม่ต้องพูดไรเยอะ ถือว่าเรารู้มือ” ในมุมเรา ใช้ได้กับการตั้งขอบเขตแบบสุภาพ คือไม่ต้องอธิบายยืดยาวให้คนที่ไม่พร้อมฟัง เรารู้ทันว่าอะไรทำให้ใจเราเสียพลัง ก็เลือกเงียบ เลือกถอย และกลับมาดูแลตัวเองแทน สรุปคือ หลังอ่านเล่มนี้ เราไม่ได้เลิก play safe แบบสุดโต่ง แต่เราเริ่มแยกออกว่า “ความปลอดภัย” ไหนที่จำเป็น (เพื่อสุขภาพ/การเงิน/ความสัมพันธ์) และ “ความปลอดภัย” ไหนที่เป็นข้ออ้างของความกลัว พอเห็นตามจริง มันฮีลใจแบบแปลกๆ เพราะไม่ต้องฝืนบวก แต่ก็ไม่จมลบ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Why has nobody told me this before ? ทำไมควรอ่านเล่มนี้
หนังสือ Why Has Nobody Told Me This Before? โดย Dr. Julie Smith เป็นหนังสือแนวให้คำแนะนำด้านสุขภาพจิตและจิตวิทยา หนังสือเล่มนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจ และรับมือกับความท้าทายทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน 💚 โดยรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้เหมาะกับทุกคน ✅ ที่ต้องการเรียนรู้วิธีจั
Koiikoiikoii

Koiikoiikoii

ถูกใจ 100 ครั้ง

เพื่อนแท้ด้านการเงิน อยากเก็บเงินต้องเริ่มจากเล่มนี้!
บอกเลยว่านี่คือคู่มือการเงินที่อ่านแล้วไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยอีกที! เพราะเขาสอนแบบ “จับมือทำจริง” ไม่ใช่แนวทฤษฎีลอยๆ ถ้าคุณอ่านจบแล้ว จะอยากเริ่มเก็บเงินทันที ไม่ต้องรอไฟมา 🔥 เขียนโดย โค้ชหนุ่ม The Money Coach ที่มีประสบการณ์ช่วยแก้หนี้ และ สอนการเงินให้คนมาเพียบ นี่ถ้าใครเคยดูโค้ชหนุ่มตาม YouTube
Bear.log

Bear.log

ถูกใจ 4 ครั้ง

เล่มเดียวที่เข้าใจเรา…ในวันที่เราอธิบายตัวเองไม่ถูก
มีหนังสืออยู่เล่มนึงที่เราหยิบมาอ่านซ้ำบ่อยมาก แล้วก็ซื้อซ้ำมาเป็นเล่มที่ 3 แล้ว… ไม่ใช่เพราะอยากสะสมนะ แต่เพราะเวลาจะอ่านอีกทีทีไร มันก็หายไปเองทุกที 😅 และเล่มนั้นก็คือ Tuesdays with Morrie by Mitch Albom ทุกครั้งที่เราเปิดอ่าน มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่ามีคนนั่งคุยอยู่กับเราเงียบๆ ไม่ได้พูดอ
irynwa

irynwa

ถูกใจ 53 ครั้ง

เล่มนี้ ทุกคนควรอ่าน
เหตุผลเดียวที่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ เหตุผลนั้นคือ ชอบดร.ตฤณห์ มากเป็นการส่วนตัว🤭 "ใครรู้ทัน คนนั้นรอด" โดย ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา (นักอาชญาวิทยา) คือ "คู่มือเอาตัวรอดในโลกยุคใหม่" ที่จะพาเราเปลี่ยนมุมมองจาก 'เหยื่อ' เป็น 'ผู้รอดชีวิต' ด้วยความรู้ทางอาชญาวิทย
อ่านวันละหน้า

อ่านวันละหน้า

ถูกใจ 3 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม