ป.ป.ช.ฟันย้อนหลังอดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด รวย321ล้าน

📍มติล่าสุด! ป.ป.ช. ชี้มูล "จำเริญ"

อดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด (ภูเก็ต, นครศรีธรรมราช, พังงา, สตูล)

หลังพบทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ

รวมกว่า 321 ล้านบาท ซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายได้

และไม่สามารถพิสูจน์ที่มาได้ ทั้งในชื่อตนเอง คู่สมรส

และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

📍แม้เจ้าตัวจะลาออกจากราชการไป

เมื่อเมษายน ปี 2566 ที่ผ่านมา

​🔍 รายละเอียดทรัพย์สิน:

​💰 บัญชีเงินฝาก: ชื่อตนเอง 1 บัญชี และคู่สมรส 13 บัญชี รวมกว่า 261.4 ล้านบาท

​🏠 ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ชื่อคู่สมรส 22 รายการ

และชื่อบุตร 1 รายการ รวม 52.6 ล้านบาท

​🚗 รถยนต์: ชื่อคู่สมรส 6 คัน มูลค่า 6 ล้านบาท

​⚖️ บทสรุปทางกฎหมาย:

ป.ป.ช. มีมติส่งรายงานไปยังอัยการสูงสุด

เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

พร้อมแจ้งผู้บังคับบัญชาลงโทษ "ไล่ออกจากราชการ"

ฐานทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. 2561

#TheLocal #insight #ท้องถิ่น #กฎหมาย #ข่าววันนี้

3/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากกรณีที่ ป.ป.ช. ตรวจสอบและชี้มูลความผิดอดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต นครศรีธรรมราช พังงา และสตูล พบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติรวมกว่า 321 ล้านบาท นั้น ในมุมมองของผู้ที่ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด ผมเชื่อว่าการตรวจสอบที่เข้มงวด และการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สิ่งที่น่าสนใจคือรายละเอียดของทรัพย์สินที่พบ เช่น บัญชีเงินฝากของอดีตผู้ว่าฯ และคู่สมรสที่สูงถึง 261.4 ล้านบาท ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของคู่สมรสและบุตร รวมถึงรถยนต์หลายคัน ซึ่งทั้งหมดนี้ดูไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับโดยปกติของข้าราชการระดับนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผมมองว่าการที่ ป.ป.ช. สามารถติดตามและรับมือกับกรณีเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของระบบกำกับดูแลของประเทศ และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับข้าราชการทุกคนในการรักษาความซื่อสัตย์และความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการทุจริตในวงราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และการสั่งไล่ออกจากราชการ ถือเป็นการยืนยันจุดยืนของหน่วยงานในเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่าการทุจริตไม่สามารถยอมรับได้ และจะต้องมีการลงโทษอย่างเด็ดขาดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบราชการไทยอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่ติดตามประเด็นนี้ ควรให้ความสำคัญกับการเล็งเห็นถึงบทบาทของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการเรียกร้องความโปร่งใสในหน่วยงานราชการต่างๆ มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนในระยะยาว