มท.2-มท.3 ลุยภูเก็ต สางปัญหารุกที่-มาเฟีย

2 รมช.มหาดไทย "พลพีร์ - วรศิษฎ์" นำคณะลงพื้นที่หาดฟรีดอม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สางปัญหาผู้มีอิทธิพล บุกรุกที่สาธารณะ นอมินี และรีดส่วย หลังพบเคสอ้าง น.ส.3 เก็บค่าลงหาด 100 บาท และเคยมีเหตุยิงขู่เจ้าหน้าที่

​📌 สรุปมาตรการสำคัญ:

● ​สอบ น.ส.3 ด่วน: สั่งกรมที่ดินเช็กที่มาการออกเอกสารสิทธิ์ ย้ำพื้นที่อยู่ในเขตป่าไม้-ส.ป.ก. ออกให้เอกชนไม่ได้

● ​เปิดรับแจ้งเบาะแส: มท. เปิดช่องให้ผู้ประกอบการที่โดนมาเฟียหรือข้าราชการรีดส่วย แจ้งเบาะแสเพื่อช่วยแก้กฎหมายให้ทำธุรกิจถูกกฎหมาย

● ​ลั่นคืนภูเก็ตให้คนพื้นที่: ให้คำมั่นล้างบางระบบมาเฟีย-ผู้อยู่เหนือกฎหมาย เดินหน้าต่อเนื่องตามนโยบายนายกรัฐมนตรี

#thelocal #insight #ท้องถิ่น #ภูเก็ต #ข่าววันนี้

6/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่อาศัยและทำงานในจังหวัดภูเก็ต มาตรการเข้มข้นของรมช.มหาดไทย พลพีร์และวรศิษฎ์ ในการจัดการปัญหามาเฟียและการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการฟื้นฟูความเป็นธรรมในพื้นที่ การตรวจสอบ น.ส.3 หรือเอกสารสิทธิที่ดินอย่างละเอียดโดยกรมที่ดิน ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญมาก เพื่อป้องกันการออกเอกสารสิทธิบนที่ดินในเขตป่าไม้และ ส.ป.ก. ที่ไม่สมควรให้เอกชนเพราะอาจเป็นช่องทางให้มาเฟียและกลุ่มนอมินีใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด ประการต่อมา การเปิดรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนและผู้ประกอบการที่ถูกคุกคามจากมาเฟียหรือเจ้าหน้าที่ที่เรียกเก็บส่วย ถือเป็นการสร้างระบบตรวจสอบและป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากผู้เสียหายรู้สึกว่ามีหน่วยงานที่รับฟังและพร้อมช่วยแก้ไขปัญหา จะกล้าที่จะออกมาเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ดียิ่งขึ้น ผู้คนในพื้นที่ยังรับรู้ความหวังว่าจะคืนภูเก็ตให้เป็นของคนภูเก็ตอย่างแท้จริง โดยการล้างบางระบบมาเฟียและผู้ที่อยู่เหนือกฎหมายจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของภูเก็ตในระยะยาว เพราะภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยและชาวต่างชาติ หากสามารถสร้างความโปร่งใสและความยุติธรรมในการบริหารจัดการพื้นที่ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้ลงทุนที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยส่วนตัว ผมเห็นว่าการที่รัฐบาลและกรมที่ดินจริงจังในการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรายงานพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง เพื่อให้ภูเก็ตกลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกคน