อายุมาก…หางานยากจริงหรือ?
ทั้งจริงและไม่จริงค่ะ — และมันขึ้นกับ ตัวเรา มากกว่าสิ่งอื่นใด
ฉันเริ่มเตรียมรับความเสี่ยงตั้งแต่อายุ 25 หลังวิกฤต Subprime เห็นคนตกงานเป็นแถว เห็นคนอายุสี่สิบถูก layoff ต่อหน้าต่อตา Professor เคยแนะนำให้หาประสบการณ์ให้หลากหลาย แต่เศรษฐกิจ–การเมืองตอนนั้นทำให้ฉันทำได้แค่ “ทดไว้ก่อน”
และนี่คือ กับดัก ที่คนวัยทำงาน จำนวนมากติดอยู่
ทำที่เดิม 7–8 ปี พออายุจะเข้าเลขสามก็เริ่มถามว่า:
• ไปเอกชนตอนนี้จะไหวไหม?
• เอกชนโหด ทำหนัก ตามใจลูกค้า
• อยู่รัฐ/กึ่งรัฐเงินน้อยแต่มั่นคง
• เป็น officer ต่อสบายกว่า ไม่ต้องรับผิดชอบแบบ manager
แต่ความจริงคือ…
⸻
1) ทำไหวไม่ไหวอยู่ที่ “ใจ” ไม่ใช่ที่อายุ
ใจสู้ก็รอด ใจนอยง่าย ช่างแม่งไม่เป็น…ก็ไปยากค่ะ
โลกการทำงานโหดจริง แต่ประสบการณ์ที่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
ฉันเองก็ผ่านช่วงบีบหนักทั้งใน inter lawfirm และบริษัทข้ามชาติ ผ่าน Toxic มาแล้ว แต่เราแก้นิสัยคนอื่นไม่ได้ แก้ได้แค่ตัวเอง และสู้กับงานให้มันจบ
⸻
2) ความมั่นคงไม่มีอยู่จริง
บริษัทมั่นคงแค่ไหน ก็ layoff คนได้เสมอ
ฉันเคยคิดว่า “รอหัวหน้าเก ษียณแล้วค่อยขึ้นต่อ” แต่พอองค์กรจะปิด ก็ต้องรีบหางานใหม่ และต้องขึ้นเป็น manager เพราะอายุ 40 แล้ว…จะกลับไปเป็น officer ไม่ง่ายเลย
อีกเรื่องคือ วิสัยทัศน์ในการมองอนาคตให้ออก
ถ้าที่ที่คุณอยู่คือบริษัทระดับบนสุดใน industry การออกไปหาประสบการณ์นอกอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป
การ rotate ภายในอาจได้ประโยชน์กว่า เพราะถ้าคุณออกจากงาน บริษัทอื่นก็น่าจะอยากได้คุณอยู่แล้ว แต่…
หางานง่าย ≠ ปรับตัวได้
และถ้าปรับตัวไม่ได้…ก็อยู่ไม่รอด
niche experience ดีมาก แต่ถ้า “niche เกินไป” ก็อาจย้ายงานยากเช่นกัน
ด้าน การเงิน ก็สำคัญไม่แพ้กัน:
อย่าใช้เกินตัว อย่าให้ใครยืมแบบไร้ลิมิต — ฉันเคยแล้ว ยิ่งให้ยิ่งขอ ปัญหาของเขากลายเป็นปัญหาของเรา
ครอบครัวก็ช่วยเท่าที่ไหว เงินออม–เงินสำรองต้องมี ตกงานเป็นปีก็ต้องอยู่ได้
⸻
3) ในบางสายงาน…อายุเยอะ = ข้อได้เปรียบ
โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้
• ความเข้าใจธุรกิจลึก
• ความรู้กฎหมาย/กฎระเบียบ
• ประสบการณ์กับ regulator และ connection
• การขึ้นทะเบียน Head กับทางการ
• ภาษาอังกฤษและ communication
ดังนั้น จงอย่าทำตัวเป็น deadwood และอย่า 'ปล่อยจอย' เพราะเมื่อวิกฤติมาถึง ความพร้อมเท่านั้นคือสิ่งเดียวที่จะช่วยให้คุณหางานได้ แม้ในวัย 40+ หรือ 50+ ก็ตาม
ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจและตลาดงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจกังวลว่าเมื่ออายุมากขึ้นจะหางานใหม่ได้ยาก แต่ความจริงแล้ว อายุมากไม่ใช่อุปสรรคหลักเสมอไป หากเรามีการเตรียมตัวที่ดีและมีทัศนคติที่ถูกต้อง สำหรับคนที่กำลังกังวล เรื่องสำคัญคือการพัฒนาทักษะที่ทันสมัยและความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและวิธีการทำงานใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่นายจ้างยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการดูแลสุขภาพใจให้แข็งแรง มีความตั้งใจและความอดทน เพราะจิตใจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผ่านความท้าทายในงานได้ แม้ว่างานจะหนักและความคาดหวังสูงก็ตาม นอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายสัมพันธไมตรีหรือคอนเน็คชั่นในสายอาชีพ รวมถึงการจัดการบริหารการเงินให้มั่นคงอย่างรอบคอบก็เป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการตกงานหรือต้องเปลี่ยนงานอย่างกะทันหัน อีกหนึ่งจุดเด่นของผู้มีประสบการณ์ในวัยสูงคือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เกิดจากประสบการณ์ตรง ทั้งความเข้าใจลึกซึ้งในธุรกิจ ความรู้กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐหรือ regulator ซึ่งมักเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ยังมีข้อจำกัด การใช้จุดแข็งเหล่านี้เพื่อแสดงคุณค่าและเสนอความช่วยเหลือในองค์กรจะช่วยให้กลุ่มผู้มีอายุกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามาก สุดท้าย การเตรียมตัวในด้านวิสัยทัศน์และการเรียนรู้ที่จะหมุนเวียนบทบาทในองค์กร หรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานภายในหน่วยงานเดิมหรือหาความท้าทายนอกองค์กร จะช่วยเพิ่มโอกาสในตลาดแรงงาน ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัว ยิ่งเตรียมพร้อมมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นในการหางานเหมาะสม แม้อายุจะเป็นตัวเลขที่สะสมมากขึ้นแต่มุมมองและความพร้อมทางจิตใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณก้าวผ่านความยากลำบากและประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพต่อไป
