บทเรียนที่ 20 ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะ…
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะ…
👼🏻หนึ่ง ไม่ทำตัวดูเด็ก
ตอนเริ่มทำงาน อย่าคิดว่าตัวเองเป็นเด็ก — ซึ่งฉันทำไม่ได้เลยในตอนนั้น
ฉันเคยลองวิเคราะห์ตัวเองเหมือนกันว่าเพราะอะไร น่าจะเป็นเพราะฉันเรียนสาธิตมาตั้งแต่ประถมถึงมัธยม เข้าจุฬาฯ ก็มีเพื่อนสาธิตติดมาพร้อมกันเกือบยี่สิบคน เรียนจบปุ๊บก็ได้งานเลย ชีวิตแทบไม่เคยต้อง “ปรับตัว” อย่างจริงจัง ทำให้ฉันเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป
พี่ ๆ หลายคนมักทักว่าคำพูดและท่าทางของฉันดูเด็ก กี่ปีก็เหมือนไม่โต และเมื่อมองย้อนกลับไป ฉันคิดว่านี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการไม่ได้รับการโปรโมตในเวลาต่อมา
ดังนั้น เมื่อฉันได้โอกาสครั้งที่สองและสาม ฉันเลือกวางตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ก่อนจะพูดหรือทำอะไรต้องคิดและระวังมากกว่าเดิม และนี่แหละคือสิ่งที่ฉันอยากเตือนคนรุ่นหลัง — อย่าพลาดซ้ำรอยเดียวกับฉัน
👩🏼⚖️สอง ไม่ปล่อยเวลาในการพัฒนาตัวเองหลุดมือ
จริง ๆ ฉันเป็นคนขยันเรียนมาก เรียนตามหลักสูตรก็หนักหนาอยู่แล้ว แค่รักษาเกรดให้ได้เกียรตินิยมก็ไม่ง่าย เทอมแรกได้ประมาณ 3.5 แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นจนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ฉันอยากแบ่งเวลามาฝึกภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการพูด ให้มากกว่านั้นอีกสักหน่อย
ตอนสัมภาษณ์ทุน Fulbright ก่อนจะไปเรียนต่อ ฉันติด shortlist แล้ว และก็สัมภาษณ์ได้ค่อนข้างคล่อง แต่สำเนียงยังติดไทย เมื่อแข่งขันกับคนที่เก่งกว่า ผลตอบรับที่ได้คือ “ดีหมด เสียแค่ภาษา”
วันนี้ฉันสามารถคิด ทำงาน และสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้เต็มร้อย โดยเฉพาะในที่ทำงานปัจจุบัน สำเนียงไทยไม่ได้ถูกมองเป็นข้อด้อยอีกต่อไป แต่กลับสะท้อนถึงความพยายามและการฝึกฝน จนได้รับคำชมว่าใช้ภาษาได้ชัดเจนและ articulate
ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังคิดเสมอว่า ถ้าเริ่มเร็วกว่านั้นอีกนิด โอกาสในวันนั้นอาจเปลี่ยนไปเลยก็ได้
🧑🏻💻สาม กล้ารับตำแหน่งหัวหน้าเมื่อถึงเวลา
ตอนอายุประมาณ 37 หัวหน้าของฉันกำลังจะย้ายไปตำแหน่งอื่น และบริษัทเริ่มมองหา Head of Compliance คนใหม่
หัวหน้าเคยถามฉัน — ตอนนั้นฉันเพิ่งย้ายจาก law firm มาทำ compliance ได้แค่ปีเศษ — ว่าสนใจไหม
ฉันส่ายหน้าทันที บอกไปตรง ๆ ว่ายังไม่พร้อม
ในใจฉันคิดว่ารออีกหน่อยก็ได้ รอจนหัวหน้าเก่าเกษียณ ตอนนั้นฉันคงอายุสี่สิบปลาย ๆ น่าจะพร้อมกว่านี้
แต่ใครจะรู้ว่าเพียงสามปีให้หลัง บริษัทกลับต้องปิดตัวลง ฉันต้องหางานใหม่ และการที่ไม่เคยมีตำแหน่งหัวหน้ามาก่อน ทำให้การยืนหยัดในตลาดงานยากกว่าที่คิดมาก
สุดท้าย ฉันก็ได้เป็น Head ตอนอายุสี่สิบอยู่ดี — เพียงแค่ต้องผ่านความไม่แน่นอนและความกดดันมากกว่าที่ควรจะเป็น
บทเรียนนี้ทำให้ฉันเข้าใจอย่างชัดเจนว่า
อนาคตไม่เคยแน่นอน และโอกาสไม่ได้มาให้เรา ปฏิเสธบ่อย ๆ
เพราะการตกงานในวันที่อายุมากขึ้น โดยไม่เคยผ่านบทบาทผู้นำมาก่อน — มันยากจริง ๆ
🌠ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันคงไม่เปลี่ยนทุกอย่าง
แต่จะกล้าขึ้นอีกนิด โตให้เร็วกว่านี้อีกหน่อย
และไม่ปล่อยโอกาสบางอย่างผ่านไปเพียงเพราะคิดว่า “ยังไม่พร้อม”
เพราะวันนี้ฉันรู้แล้วว่า
บางโอกาสไม่ได้รอเราโต
แต่รอแค่ว่าเราจะกล้าพอไหม






























































