Automatically translated.View original post

Finished 1st honors, but started a salary of 14,000.

Now there's a lot of content like "Millions of tuition fees, tens of thousands" or "Study to death, why not progress."

Life is not a straight line. The first job does not decide the whole life.

Not high, have to tiptoe. Not good, have to be diligent. This is "truth."

Want to do inter lawfirm, finish the honors only, may not be able to enter, need good language, outstanding activities, because there are a lot of competitors

If you want to work life balance, go home, close your phone, invite the face sign.

Start a company, legal work, compliance is also a support line, start a Thai company, rate may be tens of thousands, foreign companies use a lot of language, maybe even more.

To serve, I have to take the exam. I heard that nowadays the exam is very difficult on the whole field. Small, big, tiny. The first exam should pass very deity.

My life has its rhythm, and I started with fourteen, and I finished with first place honors, and I didn't finish school, and I was happy.

The first job isn't the last, but if you don't start your first job, it's scary.

# Honors # Chula team # lemon 8 diary # Jurisprudence

2/28 Edited to

... Read moreเห็นคนค้นหาเรื่อง “เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬา เงินเดือน” หรือบางคนอยากรู้ “เทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ จุฬา เงินเดือน” แล้วแอบใจแป้ว เพราะภาพจำคือเรียนที่ดัง/ได้เกียรตินิยมแล้วต้องเริ่มสูงเสมอ แต่จากที่เจอมากับตัวและคุยกับเพื่อนหลายคณะ มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้เงินเดือนเริ่มต้น “ไม่ได้พุ่ง” แบบที่คนคาดหวัง 1) เกียรตินิยมช่วยให้ “ผ่านด่านแรก” แต่ไม่ใช่ทั้งหมด หลายองค์กรดูเกรดเป็นเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นจริง แต่พอเข้ารอบสัมภาษณ์ สิ่งที่ชี้ชะตากลับเป็นทักษะที่ใช้ทำงานได้ทันที เช่น ภาษาอังกฤษ การสื่อสาร การคิดเป็นระบบ และประสบการณ์ฝึกงาน/พาร์ทไทม์ ยิ่งสายที่คนอยากเข้าเยอะ เช่น inter law firm หรือบริษัทข้ามชาติ การแข่งขันจะหนักมาก จบสวยอย่างเดียวอาจยังไม่พอ 2) “เงินเดือนแรก” ผูกกับประเภทงานและตลาดของสายนั้น อย่างสายกฎหมาย/คอมพลายแอนซ์ในบริษัทไทย หลายตำแหน่งถูกมองเป็นงาน support ทำให้เรทเริ่มต้นมักอยู่ช่วงหมื่นปลาย ๆ ถึงสองหมื่นต้น ๆ แต่ถ้าเป็นบริษัทต่างชาติ งานที่ใช้ภาษา/สื่อสารกับต่างประเทศบ่อย ๆ เรทจะขยับขึ้นได้ (บางที่มากกว่าเท่าตัวจริง) ดังนั้นคำตอบไม่ใช่จบที่ไหน แต่คือ “ทำบทบาทอะไรในองค์กรแบบไหน” 3) ถ้าเป็น “เทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์” เงินเดือนก็ขึ้นกับสายย่อย เพื่อนที่ทำงานสายนี้เล่าว่า ถ้าเริ่มจากงานโปรดักชัน/พิมพ์/โรงงาน บางที่เริ่มไม่สูงมาก แต่ถ้าต่อยอดไปสายที่ตลาดต้องการ เช่น color management, prepress, packaging, QA, หรือโยกไปงานที่ใช้ดิจิทัลมากขึ้น (กราฟิกเพื่อการตลาด, คอนเทนต์, UX/UI, data ด้านการพิมพ์) โอกาสเงินเดือนโตไวขึ้น เพราะวัดกันที่พอร์ตและสกิลมากกว่าชื่อปริญญา 4) วิธีทำให้ “หมื่นต้น ๆ” กลายเป็น “ฐานกระโดด” - วางแผน 6–12 เดือนแรกให้ชัด: จะเก็บโปรเจกต์อะไรไว้เป็นผลงาน - อัปสกิลที่แปลงเป็นเงินได้: ภาษาอังกฤษ, Excel/PowerPoint, การเขียนรายงาน, เครื่องมือเฉพาะทางของสาย - ทำพอร์ต/เคสจริง: แม้เป็นงานเล็ก ๆ แต่ถ้าเล่าเป็นระบบจะเพิ่มมูลค่าเรา - คุยเรื่องโครงสร้างค่าตอบแทน: โบนัส, OT, สวัสดิการ, ค่าเดินทาง บางที “เงินเดือน” ไม่เล่าทั้งหมด สุดท้ายประโยคที่อยากฝากคือ “เรียนมาแพง ค่าแรงถูก” อาจจริงในช่วงเริ่มต้นของบางคน แต่ไม่ได้แปลว่าจะติดอยู่ตรงนั้นตลอด งานแรกเป็นแค่จุดเริ่ม ไม่ใช่คำพิพากษาทั้งชีวิต—ขอแค่เริ่มให้ได้ แล้วใช้ปีแรกสร้างทักษะและหลักฐานว่าเรา ‘ทำงานได้จริง’ เดี๋ยวโอกาสและตัวเลขจะค่อย ๆ ตามมาเอง