แวะไปถ่ายรูปกับ Golden Boy

ใครไปเที่ยวมิวเซียมแห่งชาติพระนครตรงสนามหลวง ก็อย่าลืมแวะไปถ่ายรูปกับ Golden Boy ที่ห้องจัดแสดงลพบุรีกันนะคะ 🥰 

Golden Boy หรือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เป็นประติมากรรมสำริดรูปพระมหากษัตริย์ในสถานะเทพ ศิลปะลพบุรี (ศิลปะขอมในประเทศไทย) อายุประมาณ 900-1,000 ปี ที่เพิ่งได้รับคืนจากพิพิธภัณฑ์ The MET นิวยอร์ก หลังจากตรวจพบว่าถูกนำออกจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย และเราได้รับคืนอย่างเป็นทางการเมื่อ 20 พฤษภาคม 2567 โดยกรมศิลปากร ปัจจุบันจัดโชว์อยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

🎨 ต้นกำเนิดและคุณค่าทางศิลปะ

Golden Boy สะท้อนภูมิปัญญาช่างแห่งลุ่มน้ำมูลและที่ราบสูงโคราช (พิมาย อีสานใต้) โดยใช้เทคนิคหล่อโลหะสำริดขั้นสูง ซึ่งโดดเด่นและยากจะเลียนแบบ 

มีการถกเถียงกันว่า Golden Boy เป็นตัวแทนของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 แห่งราชวงศ์มหิธรปุระ (ศูนย์อยู่บริเวณพิมาย อีสานใต้) ซึ่งอาจเป็น "พระเชษฐบิดร" หรือรูปสนองพระองค์หลังสิ้นพระชนม์  

🪔 นักวิชาการชี้ว่าไม่น่าจะใช่รูปปั้นของเทพเจ้า เช่น พระศิวะ หรือพระอิศวร เพราะไม่มีสัญลักษณ์ เช่น ตรีศูล หรือสังวาล และไม่มีจุดเด่นทางประติมานวิทยาที่ชัดเจน และนักวิชาการบางคนยังตั้งข้อสังเกตว่า Golden Boy อาจมีอายุเก่าแก่กว่ายุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 จึงอาจมีความสัมพันธ์กับสกุลช่างในปราสาทสระกำแพงใหญ่ หรือศูนย์กลางศิลปะอีสานอย่างอื่นอีกด้วย

🪔 และก็ไม่ใช่รูปปั้นทวารบาล (เทพเฝ้าทางเข้าปราสาท) ซึ่งมักปรากฏเป็นคู่ มีอาวุธ เช่น หอกหรือกระบอง และมีรูปหน้าที่ชัดเจน เช่น รูปอสูร แต่ Golden Boy เป็นองค์เดียว ไม่มีอาวุธ ไม่มีโคนกระบอง และไม่มีลักษณะตามแบบทวารบาลทั่วไป  

เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ ซึ่งมีความคล้ายคลึงในเครื่องแต่งกายและรูปแบบศิลปะ อาจบ่งชี้ว่ากำลังสร้างเพื่อเป็นภาพพระเชษฐบิดร มากกว่าจะเป็นเทพเฝ้าประติมากรรม  

🏆 Golden Boy พระเจ้าชัยวรมันที่6 หรือ พระศิวะ (ตามความเชื่อ) เป็น ศิลปะขอมในประเทศไทย สมัยเมืองพระนคร แบบบาปวน พุทธศตวรรษที่ ๑๖ (ประมาณ ๙๐๐+ ปีมาแล้ว) เป็นรูปปั้นสำริดกะไหล่ทอง ประดับตกแต่งด้วยการฝังเงิน สูง (รวมเดือย) 128.9 กว้าง 35.6 ลึก 34.3 ซ.ม. สูงไม่รวมเดือย 105.4 ซ.ม.

ประติมากรรมชิ้นนี้เป็นรูปสำริดที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังหลงเหลือจากสมัยเมืองพระนคร เป็นประติมากรรมกลุ่มเล็กๆ ที่มีการหล่อด้วยโลหะเป็นเทพในศาสนาฮินดูที่มีความเกี่ยวข้องกับธรรมเนียมของราชสำนัก พบในกัมพูชาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แม้ว่าประติมากรรมจะถูกติความไว้ว่าเป็นพระศิวะ แต่ท่าทางของพระหัตถ์ทั้งสองที่แตกต่างจากประติมากรรมโดยทั่วไปที่มักจะถือสัญลักษณ์ของพระศิวะ ประติมากรรมนี้จึงอาจหมายถึงพระศิวะในภาคมนุษย์ที่ไม่ค่อยพบในศิลปะเขมรทั่วไปอาจมีความเป็นไปได้ว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์สองอย่างคือ เป็นรูปเคารพเพื่อบูชาในศาสนสถานประจำราชวงศ์ หรือเป็นรูปเคารพของบูรพกษัตริย์ -กรมศิลปากร

👑 แล้วพระเจ้าชัยวรมันคือใคร?

“ชัยวรมัน” (Jayavarman) เป็นพระนามของกษัตริย์หลายพระองค์ในจักรวรรดิขอม ซึ่งมีอิทธิพลครอบคลุมดินแดน ลาว กัมพูชา และบางส่วนของไทยในปัจจุบัน

"..ศูนย์กลางขอมครั้งแรกอยู่ที่รัฐละโว้ (ลพบุรี) ต่อมาย้ายลงไปอยู่ที่อโยธยาศรีรามเทพ (ต่อไปคือกรุงศรีอยุธยา) แล้วขยายไปอยู่กัมพูชา ด้วยเหตุนี้ใครก็ตาม ไม่ว่า มอญ เขมร มลายู ลาว จีน จาม หรือ ไทย ฯลฯ ที่นับถือศาสนาพราหมณ์ และพุทธมหายาน อยู่ในสังกัดรัฐละโว้-อโยธยา และอาณาจักรกัมพูชา จะได้ชื่อว่าขอมทั้งนั้น แต่คนทั่วไปมักเข้าใจต่างกันเป็น 2 อย่าง ว่า ขอมคือเขมร และ ขอมไม่ใช่เขมร.." -ศิลปวัฒนธรรม

🤴กษัตริย์ที่เด่นที่สุดในตระกูล “ชัยวรมัน”

🤴 พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (ครองราชย์ประมาณ ค.ศ. 802–850) กษัตริย์ผู้ประกาศเอกราชจากชวาก่อตั้งจักรวรรดิขอมและสถาปนาระบอบ "เทวราชา" (ที่เชื่อว่ากษัตริย์คือเทพเจ้าที่มีชีวิต) นับเป็นจุดเริ่มของอาณาจักรขอมยุครุ่งเรือง

🤴 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ครองราชย์ประมาณ ค.ศ. 1181–1218) ผู้สร้างเมืองพระนครธม และ ปราสาทบายน

และเผยแพร่พุทธศาสนามหายานอย่างกว้างขวาง นับเป็นกษัตริย์ขอมที่มีชื่อเสียงที่สุดในแง่ของศิลปะและสถาปัตยกรรม 

🤴 พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ครองราชย์ประมาณ ค.ศ. 1080–1107 เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์มหิธรปุระ (Mahidharapura Dynasty) ซึ่งมีศูนย์อำนาจอยู่ทาง อีสานใต้ของไทย เช่น พิมาย จ.นครราชสีมา

เป็นผู้นำการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากราชวงศ์ก่อนหน้า (ออกแนวกึ่งปฏิวัติ) เชื่อกันว่าเป็นผู้เริ่มศิลปะขอมสายพิมายซึ่งมีลักษณะพิเศษของตัวเอง และอาจเป็นผู้สั่งสร้างงานสำริดอย่าง Golden Boy ขึ้นเพื่อเป็นรูปแทนตัวหรือ “รูปสนองพระองค์”

📜 แล้วเกี่ยวข้องกับไทยอย่างไร?

นักประวัติศาสตร์ลงความเห็นว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอมโบราณที่เมืองมหินธรปุระ ซึ่งก็คือ เมืองพิมาย ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และอาจเป็นต้นกำเนิดของศิลปะขอมในไทย 

"..นักวิชาการหลายฝ่ายมีข้อสันนิฐานว่า องค์ต้นราชวงศ์จริง ๆ อาจเป็นชาวอินเดียมากกว่าคนท้องถิ่น เนื่องจากกษัตริย์มีพระนามลงท้าย "วรมัน" ซึ่งตรงกับรายพระนามกษัตริย์ในอินเดียหลายพระองค์ และเคยมีชื่อราชวงศ์วรมัน (Varman dynasty) ปกครองในอินเดียช่วงเวลาเดียวกับ สมัยคุปตะและหลังคุปตะ ทั้งในอินเดียเหนือและอินเดียใต้

🤴 เชื้อสายราชวงศ์มหิธรปุระที่ปกครองดินแดนที่ราบสูงอีสานนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งศาสนาได้มีระบบชนชั้นวรรณะค่อนข้างชัดเจน คนธรรมดาไม่น่าจะสถาปณาตนเองขึ้นมามีชนชั้นสูงได้ รวมถึงข้อความในจารึกเมืองพระนครมีคำภาษาสันสกฤตผสมอยู่เป็นจำนวนมาก บางจารึกเป็นภาษาสันสกฤตทั้งหน้า ส่วนในจารึกปราสาทสด๊กก๊อกธมได้บันทึกไว้ว่า ดินแดนในแถบที่ราบสูงล้วนเป็นที่อยู่ของบรรดาพราหมณ์และนักบวช และตรงกับค่านิยมการสร้างปราสาทในอีสานใต้ที่ล้วนสร้างถวายองค์เทพฮินดู ชนชั้นปกครองอาจเป็นชาวอินเดียโบราณมากกว่าชาวพื้นเมือง.." -วิกิพีเดีย

ซึ่งโบราณสถานแบบขอมในไทย เช่น ปราสาทหินพิมาย, สระกำแพงใหญ่, ปราสาทหินพนมรุ้ง มีความเกี่ยวข้องกับช่วงเวลานี้ รวมถึง หลักฐานทางศิลปกรรม เช่น Golden Boy ชี้ให้เห็นว่าดินแดนไทยบางส่วนเคยอยู่ใต้การควบคุมของพระองค์หรือราชวงศ์นี้

รวบรวมเนื้อหาจาก กรมศิลปากร, ศิลปวัฒนธรรม, วิกิพีเดีย 

📚 #โลกของนักอ่าน #GoldenBoy #ประวัติศาสตร์   #มิวเซียม #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
2/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมGolden Boy เป็นหนึ่งในประติมากรรมสำคัญที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อาณาจักรขอมและศิลปะขอมในประเทศไทย ซึ่งผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์และศิลปะท้องถิ่นควรหาโอกาสไปเยี่ยมชมด้วยตัวเอง ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครและเห็น Golden Boy ด้วยสายตาตัวเองแล้วก็รู้สึกทึ่งกับความสมบูรณ์และการออกแบบของประติมากรรมชิ้นนี้อย่างมาก ความงดงามของ Golden Boy ไม่ได้มีเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของเทคนิคการหล่อโลหะสำริดที่มีความซับซ้อนสูงและแสดงถึงภูมิปัญญาของช่างในยุคสมัยลพบุรีซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึงกว่า 900 ปี นอกจากนั้นยังเกิดคำถามและการถกเถียงในวงการนักวิชาการถึงต้นกำเนิดและความหมายที่แท้จริงของรูปปั้นนี้ว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 หรือเทพเจ้าศิวะ หรืออาจเป็นภาพที่มีความเชื่อมโยงกับราชวงศ์มหิธรปุระในอีสานใต้ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป Golden Boy คือหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจ และจากข้อมูลที่พบเมื่อเร็วๆ นี้ว่า Golden Boy ถูกนำออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายและได้รับการส่งคืนมายังประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2567 นับเป็นเรื่องราวที่น่าภาคภูมิใจของวงการศิลปวัฒนธรรมไทยด้วย หากคุณอยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์อาณาจักรขอมในพื้นที่ไทย ในการเยี่ยมชม Golden Boy ยังทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างวัฒนธรรมอินเดียและอีสานใต้ รวมถึงการสืบทอดความเชื่อ สัญลักษณ์ และชนชั้นสังคมที่สะท้อนผ่านศิลปะและประติมากรรมนี้ด้วย สุดท้าย แนะนำให้ทุกท่านไม่เพียงแค่ชมแต่ใช้เวลาศึกษาและซึมซับเรื่องราวเบื้องหลังของ Golden Boy ซึ่งจะทำให้การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความหมายและประทับใจยิ่งขึ้น แม้จะเป็นเพียงการเดินทางใกล้กรุง ก็สามารถรับรู้ถึงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง