自動翻訳されています。元の投稿を表示する

甘い飲み物(少量)、飢餓感なし。

エドは蜜を食べることにとてもハマっています。蜜がないのは心がないようなものです。

しかし、甘いので、感動することを恐れて食べるのをやめる😡😡😤

したがって、さわやかで少し甘い飲み物を見つけて食べてみてください

少し砂糖ではなく、高ナトリウム、おいしい、さわやかな、消極的。

そして、あなたの健康を愛してください。

誰かが甘さを減らそうとする場合に備えて、一緒にバンドルしてください

✅ますが、よく食べることを選択します少量の砂糖を毎日食べてはいけないとしても

そして、運動することを忘れないでください、オフィスの女の子たち。

#健康について #少し甘い #トレンド #人形を減らすことができ、飢えない #美味しい食べ物のレビュー

2025/8/28 に編集しました

... もっと見るถ้าใครกำลังหา “เครื่องดื่มหวานน้อย” แบบเรา (อยากลดหวาน แต่ยังอยากได้ความสดชื่น) อันนี้คือทริคที่เราทำแล้วช่วยได้จริง โดยไม่ต้องหักดิบจนหงุดหงิด 1) อ่านฉลากให้เป็นก่อนหยิบ เราใช้กติกาง่ายๆ คือดู 2 อย่างก่อน: “น้ำตาล” และ “โซเดียม” บนฉลากโภชนาการ บางขวดเขียนเด่นๆ ว่า “น้ำตาลไม่เกิน 8%” หรือ “0%” แต่ก็ยังควรพลิกดูตารางข้างขวดอีกที เพราะบางรสชาติอาจต่างกัน ขวด 500 มล. ถ้าดื่มรวดเดียว น้ำตาลก็จะรวมทั้งหมดในขวดนั้นเลย 2) เลือกกลุ่มเครื่องดื่มที่ดื่มแทนได้ง่าย (ไม่ฝืนใจ) - ชาเขียวญี่ปุ่นแบบไม่มีน้ำตาล: อันนี้คือเซฟโซนมากๆ เวลาต้องการคาเฟอีนเบาๆ กลิ่นชาหอม ดื่มแล้วสดชื่น ไม่หวาน โซเดียมก็ไม่สูง (บางแบรนด์ระบุประมาณ 2%) - ชาดำรสพีชหวานน้อย: เหมาะกับคนที่ยังอยากได้รสชาติหวานนิดๆ จะช่วยให้ “ผ่านช่วงอยากน้ำหวาน” ได้ง่ายขึ้น แนะนำดูน้ำตาลและโซเดียม (มีขวดที่ระบุโซเดียมประมาณ 4%) - คอมบูฉะ: ให้ความซ่า/เปรี้ยวสดชื่น บางแบบเป็นซองชงก็สะดวก ระวังตรงนี้นิดนึงคือบางสูตรยังมีน้ำตาล (เช่น 8%) เลือกสูตรหวานน้อยและดูปริมาณต่อหน่วยบริโภค - น้ำวิตามินรสพีชแบบน้ำตาล 0%: เหมาะมากวันที่อยากได้รสผลไม้แต่ไม่อยากแตะน้ำตาล บางขวดระบุโซเดียมประมาณ 1% ดื่มแล้วรู้สึกเหมือนได้ของหวานแต่ไม่พุ่ง - น้ำเจียวกู้หลานและดอกคำฝอย (ดอยคำ): กลิ่นสมุนไพรหอมๆ บางตัว “ไม่มีน้ำตาล” และโซเดียมต่ำ (มีที่ระบุประมาณ 1%) เหมาะกับวันที่อยากได้อะไรเบาๆ ไม่หวาน 3) ถ้าอยากเคี้ยว/อยู่ท้อง ลองของทางเลือกแทนเครื่องดื่ม เราชอบพกเยลลี่คอนยัคแบบซองไว้กันหิวระหว่างงาน บางสูตรไม่มีน้ำตาลและไขมัน แต่ก็อย่าลืมดูโซเดียม (เจอแบบประมาณ 3%) กินเป็นตัวช่วยได้ แต่อย่าเผลอแทนมื้ออาหาร 4) วิธีลดหวานแบบไม่ทรมาน (ที่เราทำ) - เริ่มจาก “สลับวัน” ไม่ต้องเลิกทันที: วันไหนอยากมากให้เลือกหวานน้อยก่อน - ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วก่อนทุกครั้ง: ลดโอกาสกระดกหมดขวดแบบไม่รู้ตัว - ตั้งโควตา: ถึงน้ำตาลน้อยก็ไม่ควรกินทุกวัน เลือก 2–4 วัน/สัปดาห์แล้วค่อยเพิ่มน้ำเปล่า/ชาไม่หวาน 5) แล้วคำว่า “น้ำหวานตรากบ” ล่ะ? ถ้าใครเสิร์ชเจอคำนี้บ่อยๆ เราแนะนำให้ยึดหลักเดียวกันคือ “ดูน้ำตาลต่อหน่วยบริโภค + ปริมาณที่ดื่มจริง” เพราะน้ำหวานเข้มข้นมักต้องผสม และน้ำตาลจะเพิ่มตามจำนวนช้อนที่เราใส่เอง ถ้าอยากดื่มจริงๆ ลองลดช้อนลงทีละครึ่งช้อน หรือผสมให้จางขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับจนลิ้นชิน สุดท้ายสำหรับชาวออฟฟิศแบบเรา เครื่องดื่มหวานน้อยช่วยได้เยอะเรื่องคุมแคล แต่อีกครึ่งคือขยับตัวบ้าง เดินหลังอาหาร 10–15 นาที หรือยืดเหยียดระหว่างวัน รับรองรู้สึกเฟรชขึ้นจริงๆ