自動翻訳されています。元の投稿を表示する

政府は消滅し、CPとPTTだけが回復しました。

2025年7月30日、コンビニエンスストア内で数人が死亡したカンボジアの砲弾に当たったPTTガソリンスタンドのオーナーであるGnaratは、報道陣にインタビューするために出てきました。

公式によると、政府関係者はまだ救済策やケアについて話し合うために連絡を取っていません。CPとPTTの2人の民間人しかいません。

ポンプのオーナーによると、彼らはまだどのように癒すかを見ていないが、誰かに死傷者の世話をしてもらいたいと思っている。

「CPとPTTがいて、彼らは負傷者や死者を治療する方法を急いで探しましたが、民間人は2人だけで、政府からの連絡はまだありませんでした。」

#TheStructureの構造

#TheStructureNews

#タイ国境、カンボジア #タイ、この愛は穏やかだが臆病ではない

2025/7/31 に編集しました

... もっと見るเหตุการณ์ความรุนแรงจากกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงเข้ามายังพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างน่าตกใจ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำลายทรัพย์สินและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นช่องว่างในการดูแลช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งยังไม่มีการติดต่อหรือเยียวยาอย่างเป็นทางการต่อเจ้าของปั๊มและผู้ประสบภัย ในทางกลับกัน กลุ่มเอกชนใหญ่ ได้แก่ CP และ ปตท. ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเร่งค้นหาความช่วยเหลือและสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกายของผู้ได้รับผลกระทบ เราสามารถเห็นได้ว่าในช่วงวิกฤติเช่นนี้เอกชนสามารถเข้ามาช่วยเสริมบทบาทปกติของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อบรรเทาความเสียหายต่างๆ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ชวนให้ตั้งคำถามต่อบทบาทและความรับผิดชอบของรัฐบาลในการบริหารจัดการเหตุการณ์ความรุนแรงชายแดน รวมถึงการส่งเสริมมาตรการป้องกันและดูแลภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ความเงียบจากหน่วยงานรัฐในการตอบสนองเยียวยานั้นส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ทั้งนี้ ระบบการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพควรรวมถึงการประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ควรมีการจัดตั้งกลไกเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินในบริเวณชายแดนอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยสรุป การที่เฉพาะ CP และ ปตท. ที่เข้าช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคเอกชน แต่ก็ชี้ให้เห็นช่องว่างของรัฐบาลที่ควรเข้ามาเสริมบทบาท เพื่อสร้างระบบดูแลความปลอดภัยและสวัสดิการประชาชนในพื้นที่ชายแดนให้มีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น