自動翻訳されています。元の投稿を表示する

カンボジアは兵士たちの遺体を引き留めた。

国防大臣のナコーン・コマーシャル将軍は、2025年8月4日から7日にかけて開催されるThailand-Malaysia-Cambodia三者国防大臣会議で、タイ側がカンボジア軍の多数の死傷者について重要な問題を議論する必要があることを明らかにしました。タイ側の死者については、カンボジア政府が軍隊ではないと否定しているにもかかわらず、タイ当局が人道的帰還とジュネーブ条約を実施しています。

防衛大臣は、亡くなった人々の霊が気づいている場合、彼ら自身の政府によって悲しまれるだろうと指摘し、前線地域にまだ残っている遺体に懸念を表明し、カンボジア当局に適切な救助活動を迅速に行い、軍国主義の尊厳を維持し、地域での流行を引き起こす可能性のある衛生効果を防止するよう求めました。

ナソーン将軍は、タイとカンボジアが平等な状態にあるとしても、彼らの人生が終わったら、お互いを尊重すべきだと強調しました。

#TheStructureの構造

#TheStructureNews

#タイ国境、カンボジア #タイ、この愛は穏やかだが臆病ではない #ディフェンス

2025/8/4 に編集しました

... もっと見るในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีความซับซ้อนโดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน การดูแลศพทหารที่เสียชีวิตถือเป็นเรื่องสำคัญทั้งในแง่มนุษยธรรมและความเคารพซึ่งกันและกัน จากคำกล่าวของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย การดำเนินการส่งคืนศพทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตในพื้นที่ฝั่งไทยได้ทำด้วยความสมเกียรติ ตามมาตรฐานอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติในสงครามและสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทุกฝ่ายควรให้ความเคารพ อย่างไรก็ตาม ศพทหารที่ยังคงตกค้างในพื้นที่แนวหน้า และอยู่ฝั่งกัมพูชา กลายเป็นเรื่องที่ไทยเน้นย้ำให้กัมพูชาประสานงานเก็บกู้อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาสุขอนามัยที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างเช่นการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งสามารถเป็นปัญหาสาธารณสุขและสร้างผลกระทบต่อประชาชนบริเวณชายแดนได้ ประเด็นนี้แสดงให้เห็นความจำเป็นของความร่วมมือระหว่างประเทศคู่กรณี แม้จะมีความตึงเครียดด้านความขัดแย้ง แต่เมื่อพิจารณาถึงความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิตแล้ว ทุกฝ่ายควรให้เกียรติกันและกัน เพื่อสร้างบรรยากาศของสันติภาพและลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นใหม่ได้ในอนาคต ทั้งนี้ การหารือในที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมไตรภาคีระหว่างไทย มาเลเซีย และกัมพูชา ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่ากัมพูชาจะเร่งดำเนินการเก็บศพทหารที่ตกค้างได้อย่างไร ซึ่งจะมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสามประเทศในภูมิภาคนี้