ลงดาบอินเดีย ด้วยการขึ้นภาษีสูงๆ
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันอังคาร (5 ส.ค.) ว่าเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดีย “อย่างมีนัยสำคัญ” จากระดับปัจจุบันที่ 25% ภายใน 24 ชั่วโมง โดยให้เหตุผลว่าอินเดียยังคงซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ซึ่งเขามองว่าเป็นการสนับสนุน “เครื่องจักรสงคราม” ของมอสโก
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า ข้อเสนอของอินเดียในการยกเว้นภาษีนำเข้าส ำหรับสินค้าสหรัฐ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายเดิม แต่ยังไม่ถือว่าเพียงพอในสายตาของวอชิงตัน เนื่องจากอินเดียยังคงซื้อขายน้ำมันกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง
คำขู่ล่าสุดมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากรัฐบาลอินเดียออกแถลงการณ์ตอบโต้เสียงวิจารณ์จากสหรัฐและสหภาพยุโรป โดยยืนยันว่าจะดำเนินนโยบายพลังงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่าการพุ่งเป้าโจมตีอินเดียเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2024–25 มูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐ-อินเดียอยู่ที่ 131,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.26 ล้านล้านบาท) โดยอินเดียมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐถึง 41,180 ล้านดอลลาร์ (1.33 ล้านล้านบาท) ตามข้อมูลจากรัฐบาลอินเดีย
(1 = 32.38 บาท)
การปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียของสหรัฐในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการทางการค้ารุนแรงที่สะท้อนความตึงเครียดด้านนโยบายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างลึกซึ้ง อินเดียที่ยังคงซื้อขายน้ำมันดิบจากรัสเซีย แม้จะถูกกดดันจากสหรัฐและสหภาพยุโรป ยืนกรานดำเนินนโยบายพลังงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของตนเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างการค้าและนโยบายต่างประเทศ การที่อินเดียมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐถึงกว่า 41,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2024-25 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดสหรัฐในการส่งออกสินค้าอินเดีย นอกจากนี้ การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้าในตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะสินค้าที่อินเดียเป็นผู้ผลิตหลัก อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงเปิดโอกาสให้อินเดียยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าบางประเภท แต่ถือว่ายังไม่เพียงพอในสายตาของวอชิงตัน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่จะแก้ไขความไม่สมดุลทางการค้าและผลักดันให้อินเดียเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของตน ในภาพรวม สถานการณ์นี้ถือเป็นตัวอย่างของสงครามการค้าที่เชื่อมโยงกับประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง ทำให้การค้าระหว่างประเทศไม่เพียงแต่ถูกกำหนดด้วยเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกผลักดันด้วยนโยบายและผลประโยชน์ทางการเมืองระหว่างประเทศอีกด้วย

ทำอะไรคิดว่าตัวเองจะอยู่เป็นอมตะหรือไงแทนที่จะสร้างโลกให้สวยงามกลับทำลายล้างโลก