ทรัมป์กดดันให้ CEO Intel ลาออก เหตุลงทุนในจีน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์เรียกร้องให้ ลิป-บู ตัน ซีอีโอคนใหม่ของ Intel ลาออกโดยทันที โดยระบุว่ามี “ผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างรุนแรง” จากการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีจีนหลายแห่ง ซึ่งบางส่วนมีความเชื่อมโยงกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ส่งผลให้หุ้นของ Intel ปิดตลาดลดลงทันที 3%
คำเรียกร้องของทรัมป์มีขึ้นหลังจากวุฒิ สมาชิกรีพับลิกัน ทอม คอตตอน ส่งจดหมายถึงประธานบอร์ดของ Intel ตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตันกับบริษัทจีน และคดีความที่เกี่ยวข้องกับ Cadence Design บริษัทเดิมของเขา ซึ่งเพิ่งยอมรับผิดและตกลงจ่ายค่าปรับกว่า 140 ล้านดอลลาร์ (4.52 พันล้านบาท) จากการขายซอฟต์แวร์ให้มหาวิทยาลัยทหารจีน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ตันได้ลงทุนผ่านกองทุนที่เขาก่อตั้งหรือบริหาร เป็นมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์ (6.46 พันล้านบาท) ในบริษัทจีนหลายร้อยแห่งที่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งบางแห่งมีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากฐานข้อมูลบริษัทจีนที่ถูกตรวจสอบร่วมกับรายชื่อบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพ ซึ่งจัดทำโดยนักวิเคราะห์และหน่วยงานสหรัฐฯ
ภายหลั งคำแถลงของทรัมป์ ตันได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยยืนยันว่าเขายึดมั่นในพันธกิจด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า “ชื่อเสียงของผมสร้างขึ้นจากความไว้วางใจ—จากการทำตามคำพูด และทำในสิ่งที่ถูกต้อง นี่คือแนวทางเดียวกันที่ผมนำมาใช้ในการบริหาร Intel” และเสริมว่า “เรากำลังหารือกับรัฐบาลเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง”
ขณะเดียวกัน Intel ยืนยันว่าบริษัทกำลังดำเนินการลงทุนตามแนวทาง “America First” และพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการผลิตชิปภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
(1 ดอลลาร์ = 32.35 บาท)











































