คาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงหยุดยาววันแม่
"หยุดยาววันแม่" กระตุ้นท่องเที่ยวไทยคึกคัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 9–12 สิงหาคม 2568 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประเทศไทยกำลังจะได้เห็นภาพ “การท่องเที่ยวภายในประเทศ” ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยกองกลยุทธ์การตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า จะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางรวมทั้งสิ้น 3.16 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้รวม 13,750 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย ร้อยละ 66 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจในบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน
แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ชายแดน หรือค่าใช้จ่ายครัวเรือน แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคกลับสะท้อนภาพบวก คนไทยยังคงเลือกเดินทางไป “ไหว้พระ ทำบุญ พาแม่ทานข้าว” และใช้เวลากับครอบครัวในจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “พลังศรัทธาและความสัมพันธ์ในครอบครัว” ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่น่าจับตา
ทั้งนี้ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจยังไม่แน่นอน ความเชื่อมั่นต่อ “การท่องเที่ยวในประเทศ” เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย
----
6 ปัจจัยสนับสนุน
----
1. วันหยุดพิเศษ 4 วันรวด: การประก าศวันหยุดเพิ่มโดยรัฐบาล ช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนวางแผนท่องเที่ยวได้ยาวขึ้น เพิ่มแรงจูงใจในการพักค้างคืน
2. โครงการ “เที่ยวไทย คนละครึ่ง” จุดกระแสท่องเที่ยว โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์จองโรงแรมรวมถึง 43,626 สิทธิ์ แบ่งเป็น
- เมืองหลัก 30,460 สิทธิ์ (เช่น ชลบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี ประจวบฯ ระยอง)
- เมืองน่าเที่ยว/เมืองรอง 13,166 สิทธิ์ (เช่น จันทบุรี ตราด ราชบุรี นครศรีธรรมราช นครนายก)
3. ฤดูกาลท่องเที่ยวเฉพาะพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการดูผีเสื้อปางสีดำที่สระแก้ว ทุ่งดอกกระเจียวชัยภูมิ ล่องแก่งหินเพิงปราจีนฯ ต่างล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แสวงหาประสบการณ์เฉพาะทาง
4. กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมชุมชนทั่วประเทศ เช่น
- งานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี อิมแพค เมืองทองธานี
- งาน สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินี ครั้งที่ 17 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กรุงเทพฯ
- งานโครงการหลวง 56 น้ำพระราชหฤทัย..จากฟ้าสู่มหานคร เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
- งาน 12 สิงหา ฮาล์ฟมาราธอน กรุงเทพฯ 2025 ครั้งที่ 30 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
5. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก ททท. ร่วมกับพันธมิตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ
เทศกาลดนตรี อาหาร และงานแสดงสินค้าต่างๆ
- Marathon Concert 2025 อิมแพ็ค 9-10 ส.ค. 68)
- Black Moon Music Camp 2025 จ.ฉะเชิงเทรา (8–9 ส.ค. 68)
- งาน Street Fight เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก (8–9 ส.ค. 68)
- เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล และ Mini Balloon festival ปราณบุรี (8–10 ส.ค. 68)
- งาน Krabi Agro Fest จ.กระบี่ (10–12 ส.ค. 68)
กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา
- Chumphon Night Run Lighting ” In The City # 2 จ.ชุมพร (10 ส.ค. 68)
- กิจกรรม Lady Golf Uttaradit 2025 ณ สนามกอล์ฟเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ (3-31 ส.ค. 68)
- MAE SOT 21 International Half Marathon 2025 จ.ตาก (9-10 ส.ค. 68)
- การแข่งขันกอล์ฟสิงห์พังงา (9-10 ส.ค.68) มาราธอน สนามปลาใบ 2025 จ.กระบี่ (9 ส.ค. 68)
- Triple Heritage @Geopark Night Run จ.นครราชสีมา (9 ส.ค. 68)
การท่องเที่ยวทางรถไฟในช่วงวันหยุด แบบ one day trip
- ขบวนรถนาเที่ยว Royal Blossom กับโปรแกรม สิงหา...ชวนแม่เที่ยวเมืองอาร์ต เพนท์โอ่ง ดิโอทาวน์ “ราชบุรี” ขบวนรถ KIHA 183 กับโปรแกรม "แม่ชวนลูก สวมชุดไทย เพลินพลับพลา เสน่ห์บางปะอิน ศิลป์งามวิจิตร กลิ่นอายกรุงเก่า" (9 และ10 ส.ค. 68)
- ขบวนหัวรถจักรไอน้ำสุดพิเศษร่วมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568 ในเส้นทาง: กรุงเทพ–ชุมทางฉะเชิงเทรา–กรุงเทพ (12 ส.ค. 68)
6. การจัดการส่งเสริมการขายหรือโปรโมชั่นต่างๆ ในวันแม่
- อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชมฟรี ในวัน ที่ 12 สิงหาคมของทุกปี
- ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว จัดโปรโมชั่นลดราคาแพคเกจสำหรับครอบครัวที่พาคุณแม่เที่ยว อาทิ บริษัททัวร์ ThaiTravelCenter, Travelzeed, และ Mushroom Travel
- ร้านอาหาร จัดโปรโมชั่น 'บุฟเฟ่ต์วันแม่' และมอบส่วนลดสำหรับพาคุณแม่และครอบครัวไปฉลองในวันพิเศษ
---
ปัจจัยอุปสรรค
---
1. กำลังซื้อลดลง ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งจากความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ปัญหาค่าครองชีพและหนี้สินครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง จำเป็นต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ส่งผลต่อการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว สะท้อนได้จากข้อมูลผลการสำรวจของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พบว่า คนไทยมีแนวโน้มในการเดินทางไปต่างจังหวัดในไตรมาส 3/2568 เพียงร้อยละ 31 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้น มา
2. การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีวันหยุดยาวติดต่อกัน โดยวันหยุดเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา และวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ผ่านมา มีคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรประมาณ 3 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา (สถิติคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรรายวัน จาก สตม.) และส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ไต้หวัน ข้อมูลจากแผนการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ไตรมาส 3/2568 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)
3. เป็นช่วงฤดูฝน และมรสุมตะวันตกเฉียงยังคงปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเ ฉียงเหนือตอนบน ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง อีกทั้งไม่เหมาะกับการทำกิจกรรมทางทะเล ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการเดินทางออกไปก่อน
4. ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่มั่นใจในความปลอดภัย และตัดสินใจหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด
---
เปิดรายได้แต่ละภูมิภาค กรุงเทพยังครองแชมป์
---
เมื่อพิจารณาตัวเลขรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงวันหยุดวันแม่แห่งชาติ กรุงเทพฯ ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยรายได้กว่า 3,410 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวประมาณ 370,000 คน-ครั้ง พร้อมอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 74% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแรงของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ย ังดึงดูดได้อย่างต่อเนื่อง
- รองลงมาคือ ภาคตะวันออก ที่ทำรายได้รวมกว่า 2,620 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 600,500 คน-ครั้ง โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 66% ซึ่งถือว่าเป็นภูมิภาคที่น่าสนใจ โดยเฉพาะจังหวัดยอดนิยมอย่างชลบุรีและระยองที่ยังเป็นแม่เหล็กสำคัญในวันหยุดยาว
- ภาคใต้ สร้างรายได้รวม 2,790 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 342,800 คน-ครั้ง แม้จะอยู่ในฤดูฝน แต่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างภูเก็ตและสงขลายังคงได้รับความนิยมสูง สะท้อนถึงความแข็งแรงของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล
- ภาคกลาง มีจำนวนผู้เดินทางมากที่สุดที่ 898,000 คน-ครั้ง สร้างรายได้รวม 2,050 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 75% โดยเฉพาะจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ อย่างประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี และเพชรบุรี ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มครอบครัว
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสาน แม้จะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก แต่ก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 609,600 คน-ครั้ง สร้างรายได้รวม 1,470 ล้านบาท อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 63% โดยจังหวัดอย่างนครราชสีมา อุดรธานี และเลย ยังคงมีบทบาทสำคัญ
- ภาคเหนือ ที่แม้จะได้รับผลกระทบจากฝนตกในบางพื้นที่ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวกว่า 338,700 คน-ครั้ง สร้างรายได้ 1,410 ล้านบาท อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 57% โดยเชียงใหม่และเชียงรายยังคงเป็นหัวหอกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาพรวมของภูมิภาคนี้
จังหวัดเด่นที่ควรจับตา
- ประจวบคีรีขันธ์ อัตราการเข้าพักสูงสุด 88% รายได้ 370 ล้านบาท
- ภูเก็ต รายได้สูงถึง 1,570 ล้านบาท
- ชลบุรี-ระยอง-เพชรบุรี คือกลุ่มจังหวัดที่ทั้งคนแน่นและใช้จ่ายสูง

















































