เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2568 ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัย ม.112 ได้ออกมาแสดงทัศนคติไม่เห็นด้วยกับท่าทีของ ศบ.ทก.และ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ที่แต่งตั้ง บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ให้เป็นโฆษกอาสา เพื่อปะทะกับ "มาลี" โฆษกฝ่ายกัมพูชา โดยมีใจความดังนี้
---
แต่งตั้งปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นโฆษก ศบ.ทก. จิตอาสา บอกเลยดิชั้นกังวลใจมาก และอาจนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ
1. การที่พลเอกณัฐพลบอกว่าปนัดดาจะมาทำหน้าที่ "ปะทะ" กับโฆษกของกัมพูชา และมีการพูดถึงเรื่อง "ความสวย" ที่เหนือกว่าอย่างมั่นใจด้วย แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิงต่อหน้าที่ของโฆษก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หน้าที่ของโฆษกไม่ใช่การ "ชน" หรือ "ปะทะ" กับคู่กรณี แต่คือการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ การสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ และการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย การใช้ถ้อยคำที่มุ่งเน้นการเอาชนะหรือการเปรียบเทียบในลักษณะที่ไม่เป็นทางการเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ส่งเสริมแนวทางการทูตเชิงสันติ แต่ยังอาจสร้างความขุ่นเคืองให้กับอีกฝ่ายและยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้มากขึ้น นี่ทำไมฝ่ายเราถึงคิดไม่ได้ ทำไมฝ่ายเราถึง "ไม่โต" คะ?
2. นี่ยังเป็นการเลือกใช้กลยุทธ์ที่มุ่งปลุกปั่นชาตินิยมและความสะใจ คำกล่าวที่ว่าปนัดดาจะมา "ชน" กับโฆษกของกัมพูชา อาจตีความได้ว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการตอบโต้ด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล ซึ่งอาจสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มคนที่ต้องการความสะใจในการแสดงความรักชาติแบบบ้าคลั่ง แต่นี่ไม่ใช่แนวทางที่นำไปสู่สันติภาพ การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การแสดงออกถึงความเข้มแข็งของประเทศ แต่เป็นการแสดงออกถึงความไม่เป็นมืออาชีพ ความ childish และอาจทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลกลดลงอย่างรวดเร็ว การรักชาติเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่การแสดงออกซึ่งความรักชาตินั้นควรเป็นไปอย่างมีสติและถูกที่ถูกทาง การแสดงออกในนามของประเทศควรยึดมั่นในหลักการและเหตุผลทางการทูตเป็นสำคัญ ไม่ใช่การปะทะคารมผ่านสื่อ การเมืองนะคะ ไม่ใช่ละครที่บุ๋มเคยเล่น
3. หน้าที่ของโฆษกในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ต้องอาศัยทักษะเฉพาะทางอย่างยิ่ง ทั้งทักษะด้านการทูต การสื่อสารวิกฤต และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงจากงานด้านจิตอาสาและวงการเซเลป แม้จะมีเจตนาดีและมีความน่าเชื่อถือในฐานะบุคคล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีทักษะที่จำเป็นในการทำหน้าที่โฆษกของรัฐ การพูดอะไรออกไปในแต่ละครั้งอาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ดังนั้น โฆษกจึงควรเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกฝนและมีความรู้ความเข้าใจในเชิงลึก ไม่ใช่ใครก็ได้ที่อยากทำงานนี้
4. ในขณะที่รัฐบาลไทยควรยึดมั่นในแนวทางการแสวงหาสันติภาพผ่านการทูตและกลไกระหว่างประเทศอย่างที่เคยทำมา แต่แนวคิดในการ "ชน" กับโฆษกของกัมพูชาผ่านสื่อออนไลน์กลับเป็นสิ่งที่ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับหลักการดังกล่าว การสร้างโฆษกให้มีบทบาทในลักษณะนี้เท่ากับเป็นการกระพือความขัดแย้งให้ยิ่งรุนแรงขึ้น แทนที่จะมุ่งเน้นการลดความตึงเครียดและสร้างความเข้าใจร่วมกัน
...ดิชั้นฟันธงค่ะ แนวคิดนี้เป็นตัวอย่างของ "Bad Idea" ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความไม่เข้าใจในหลักการบริหารวิกฤตและการทูตสมัยใหม่ และอาจนำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นโดยไม่จำเป็น เฮ้อ สมอง...
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ปวินชัชวาลพงศ์พันธ์
ในสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา การแต่งตั้งโฆษกมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศและควบคุมการรับรู้ของสาธารณชนทั้งในและนอกประเทศ การเลือกใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงจากวงการจิตอาสาหรือเซเลบริตี้ แม้จะมีเจตนาดี แต่ต้องการทักษะเชิงลึกในด้านการทูตและการบริหารวิกฤตเพื่อป้องกันผลกระทบทางการเมืองและระหว่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นได้ ในบริบทนี้ ทักษะการสื่อสารที่เน้นเหตุผล ความเป็นมืออาชีพ และความรู้ความเข้าใจในประเด็นความมั่นคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความขัดแย้งหรือกระตุ้นความรู้สึกชาตินิยมแบบรุนแรงซึ่งอาจนำไปสู่ผลเสียตามมา นอกจากนี้ แนวทางการใช้โฆษกควรมุ่งเน้นที่การสร้างความเข้าใจร่วมกันและลดความขัดแย้ง ด้วยการสื่อสารอย่างรอบคอบและถ้อยคำที่สร้างสรรค์แทนการใช้คำที่เปรียบเทียบหรือกระตุ้นอารมณ์เชิงลบ การบริหารวิกฤตทางการทูตที่ดีต้องใช้วิธีการที่เน้นความสงบสันติและมีต้นทุนความขัดแย้งต่ำ งานนี้จึงไม่เหมาะกับการปะทะคารมผ่านสื่อสังคมอย่างเป็นทางการ ในเชิงกลยุทธ์ การดำเนินงานของโฆษกควรผสานกับนโยบายรัฐบาลและมาตรการทางการทูตที่มุ่งสู่สันติภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ การใช้ทักษะเฉพาะทาง รวมถึงการฝึกอบรมที่เหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของการสื่อสารภาครัฐในช่วงเวลาวิกฤต และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความไม่มืออาชีพหรือความรู้ผิดพลาด ดังนั้น การแต่งตั้งโฆษกจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ สนับสนุนด้วยความรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้บทบาทนี้เป็นเครื่องมือที่สร้างสันติภาพและส่งเสริมภาพลักษณ์ของชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่เครื่องมือปลุกระดมความขัดแย้งหรือความตึงเครียดที่อาจก่อให้เกิดปัญหาระยะยาวในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม