自動翻訳されています。元の投稿を表示する

軍隊の2番目のキャプテンは、世界の目にタイを道化師にしました。

2025年8月11日、英語新聞Live NewsのシニアレポーターであるRojantauk警部は、第2師団の将軍であるBoonsin Drape中将の発言に反対し、タイ国境地帯にあるBuffalo Castleをカンボジアの占領から取り戻す意向を表明しました(城に付属する基地付き)。

インスペクター氏によると、Facebookの投稿には次のように記載されています:

---

メリットシンを首相代理にしましょう。行こう。世界は混乱しません。

なぜ私は副司令官が代理首相、政府報道官、外務大臣、外務報道官だと思うのですか?

1週間以内に署名された13の停戦協定の第4条は、緊張を引き起こす挑発が起こらないことを明確に示しています。

今日、私たちはタイが停戦協定を尊重していることを国際国家に伝えようとしているので、なぜ外務省、政府を持っているのか社会に尋ねなければなりませんが、昨日、第2師団の司令官がバッファロー城の押収を発表し、続いてカンボジアの防衛報道官が日曜日の真夜中にタイを「挑発的」と非難しました。これは、タイが「挑発の明白な証拠であり、カンボジアの領土を奪取しようとする計画的で意図的な試みである」という明白な証拠です。

10時間が経過しました(2025年8月11日午前7時30分)、政府報道官、首相代行、タイ外務党、タイ外務省報道官は沈黙を守りましたが、マリはタイを非難しました。。。 その後、代理首相の地位と政府報道官の地位、そしてブーンシン中将への外務大臣の地位により、国際社会はもはやタイで誰が大物であり、タイの外交政策が本当に何であるかを混同する必要がなくなります(なぜなら、文民政府が世界に何を伝えようとも、ブーンシンがこれを発表すると、夜になると病気になり、国際的な目には道化師になるからです)。

#TheStructureの構造

#TheStructureNews

#タイ国境、カンボジア #タイ、この愛は穏やかだが臆病ではない #ボタニカルインスペクション

2025/8/11 に編集しました

... もっと見るเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีการยึดครองปราสาทตาควาย ที่พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ประกาศเจตนารมณ์จะยึดกลับปราสาทนี้ ส่งผลให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ไทยและกัมพูชาทั้งสองฝ่ายได้ลงนามไว้โดยตรง ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อซึ่งมีข้อที่ 4 ระบุชัดเจนว่า ห้ามกระทำการยั่วยุที่อาจทำให้เกิดความตึงเครียด แต่การประกาศของแม่ทัพภาคที่ 2 กลับตรงข้ามกับข้อตกลงนี้ ส่งผลให้โฆษกกลาโหมของกัมพูชาออกมาประณามอย่างรุนแรงและเรียกว่าเป็นการยั่วยุที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าเพื่อยึดดินแดนกัมพูชา การกระทำนี้จึงไม่เพียงแต่ทำลายความเชื่อมั่นในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทย แต่ยังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติเสื่อมเสีย นอกจากนี้ ความเงียบงันของโฆษกรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งหรือความแตกต่างในนโยบายและการสื่อสารระหว่างภาครัฐที่ควบคุมการทูต ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนในระหว่างนานาชาติว่าใครเป็นผู้นำที่แท้จริงและนโยบายที่แท้จริงของไทยคืออะไร กรณีนี้ยังแสดงถึงความท้าทายในเรื่องการรักษาสันติภาพและความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยาวนานและซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองภายในประเทศด้วย การแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายควรเน้นการประสานงานอย่างเข้มแข็งระหว่างกองทัพ รัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ และหลีกเลี่ยงการกระทำหรือพูดจาที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดหรือแตกแยกในเวทีสากลต่อไป สำหรับประชาชนไทย การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจเหตุการณ์และนโยบายต่างประเทศที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์และส่งเสริมให้มีเสียงสะท้อนต่อนโยบายที่ชัดเจนและสอดคล้องมากขึ้นในอนาคต