ภูมิธรรมเผย วันที่ 13-14 ส.ค.นี้ สมช.อาจชงยุบ ศบ.ทก. และทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ ชี้ทุกวันนี้มีแต่เฟคนิวส์สร้างความปั่นป่วน
11 ส.ค. 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อช่วงเย็น ที่ถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าขณะนี้เข้าสู่สภาวะปกติแล้วหรือยัง เนื่องจากในช่วงสองวันที่ผ่านมา ยังมีข่าวลือว่ามีการกลับมายิงกันอีกครั้ง
ซึ่งนายภูมิธรรมได้ตอบว่า "เฟกนิวส์มันเยอะ จนทำให้พวกท่านสื่อมวลชนปั่นป่วนกันไปหมด จนทำประชาชนปั่นป่วน"
"ซึ่งในวันที่ 13-14 สิงหาคมนี้จะมีการประชุมสภาความมั่นคง ทุกอย่างจะเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ และ ศบ.ทก.จะยุติบทบาท ทุกอย่างเข้าสู่ปกติ ไม่มีเฟคนิวส์ ทุกวันนี้ที่สู้กันคือเฟคนิวส์ที่สร้างความปั่นป่วน สร้างความรู้สึกมึนงงกันไปหมด แล้วทำให้มีปัญหา"
ทั้งนี้นายภูมิธรรมระบุว่า ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะพิจารณา ถ้าทุกอย่างยุติเรียบร้อย ก็จะเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ จึงขอให้รอติดตามข่าวที่เป็นข้อเท็จจริงจากรัฐบาลดีกว่า อย่าไปเอาข้อมูลจากในโซเชียล มากระตุ้นสถานการณ์ แล้วกลายเป็นความปั่นป่วน ทุกคนต้องฟังและดูอย่างมีสติ
และเมื่อถูกถามว่า การยุบ ศบ.ทก. แ สดงว่าฝ่ายไทยมั่นใจแล้วว่าสถานการณ์จะสงบไปตลอดใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า การยุบ ศบ.ทก.จะเกิดจากการตัดสินใจของกองทัพและฝ่ายข่าว รวมถึงการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ภูมิธรรมเวชยชัย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยประชาชนและสื่อมวลชน เนื่องจากมีข่าวลือและข้อมูลที่บิดเบือนหรือเฟคนิวส์เกี่ยวกับการยิงกันและความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดความตึงเครียดและความสับสนในสังคมอย่างมาก นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแยกแยะข่าวสารที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกและความปั่นป่วนในสังคม การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติที่จะมีขึ้นในวันที่ 13-14 สิงหาคมนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสถานการณ์ความมั่นคง พร้อมทั้งอาจมีการยุบ ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ชายแดน (ศบ.ทก.) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติ การยุบ ศบ.ทก. จะเป็นผลจากการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายข่าว และหน่วยงานความมั่นคงในระดับชาติ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการยุบหน่วยงานนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของชายแดนไทย นอกจากนี้ การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารในยุคสังคมออนไลน์ถือว่ามีความสำคัญมาก นายภูมิธรรม จึงได้ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนเชื่อถือข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจากรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ หลีกเลี่ยงการแชร์หรือสร้างข่าวลวงที่อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและทำลายความสงบสุขของประเทศ โดยสรุป ความคืบหน้าของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน คือการฟื้นฟูให้เข้าสู่ภาวะปกติภายหลังความขัดแย้งและความไม่แน่นอนในอดีต ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถสร้างสัมพันธ์ที่ดีและร่วมมือกันในการรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดนได้อย่างยั่งยืน การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนเพื่อความสงบสุขของประเทศและประชาชน


คุณแหละครับควรยุบตัวเอง แก่แล้วควรไปดูแลลูกหลาน จะมาทำร้ายประเทศเพื่ออะไรครับ ทำไมสมองไม่แก่ตามอายุบ้าง