เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่าวอชิงตันจะยุติการให้เงินสนับสนุนแก่ยูเครน พร้อมเสนอให้ชาติยุโรปตะวันตก “รับไม้ต่อ” หากยังต้องการสนับสนุนรัฐบาลเคียฟ โดยสามารถจัดซื้ออาวุธจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ ได้
“ชาวอเมริกันเบื่อเต็มทีกับการแบกรับภาระสงครามนี้ หากยุโรปอยากช่วยยูเครน ก็เชิญซื้ออาวุธจากเรา แต่สหรัฐฯ จะไม่ควักจ่ายเองอีกต่อไป” แวนซ์ กล่าวกับ Fox News
คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังแวนซ์เดินทางเยือนกรุงลอนดอน เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากยุโรปและยูเครน รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เดวิด แลมมี โดยภารกิจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซียในรัฐอะแลสกา ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือแนวทางยุติความขัดแย้งระหว่างเคียฟและมอสโกเป็นวาระสำคัญ
การตัดสินใจของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี.แวนซ์ ในการยุติการให้เงินสนับสนุนแก่ยูเครนนั้น สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของสหรัฐฯ ที่ต้องการลดภาระทางการเงินในสงครามที่ยืดเยื้อ โดยเปิดโอกาสให้ประเทศในยุโรปตะวันตกรับบทบาทสำคัญในการสนับสนุนรัฐบาลเคียฟแทน ซึ่งยุโรปสามารถจัดซื้ออาวุธจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ ได้โดยตรง การดำเนินนโยบายนี้อยู่ในช่วงเวลาที่มีการเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับรัสเซียที่รัฐอะแลสกา เพื่อหารือแนวทางยุติข้อพิพาทระหว่างยูเครนและรัสเซียอย่างสันติ ยุโรปในขณะนี้กำลังเผชิญความท้าทายในการตัดสินใจว่าจะรับไม้ต่อการสนับสนุนยูเครนอย่างไร ทั้งในด้านการเมืองและการทหาร ที่ประชากรยุโรปบางส่วนอาจมีความกังวลต่อผลกระทบระยะยาวจากความขัดแย้งดังกล่าว การสนับสนุนผ่านการซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ยุโรปสามารถเพิ่มความมั่นคงด้านยุทธศาสตร์ได้โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตนเอง นอกจากนี้ การหยุดยั้งเงินช่วยเหลือของสหรัฐฯ ยังมีผลต่อเส้นทางนโยบายภายใน รวมถึงความสัมพันธ์กับพันธมิตรใน NATO และการจัดการความขัดแย้งระหว่างรัสเซียนอกจากประเด็นทางทหารแล้ว ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการสนับสนุนนี้จึงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากทั้งนักวิเคราะห์และประชาชนทั่วไป การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซีย ณ รัฐอะแลสกา เป็นโอกาสสำคัญที่อาจช่วยสร้างกรอบการเจรจาสันติภาพหรืออย่างน้อยลดความตึงเครียดในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการหาทางออกร่วมกันสำหรับปัญหาความขัดแย้งระหว่างยูเครนและมอสโก ซึ่งถ้าได้ผลสำเร็จ จะช่วยส่งผลดีต่อเสถียรภาพในยุโรปและความมั่นคงโลกในระยะยาว
