17 ส.ค. 68 วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายและนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ได้ออกมาแสดงทัศนคติในช่วงใกล้ถึงการตัดสินคดี ‘คลิปเสียง’ แพทองธาร-ฮุนเซน โดยได้ระบุข้อความว่า
"คนที่จะตัดสินว่า นายกฯ ผิดหรือไม่เรื่องคลิปเสียง ควรเป็นประชาชนที่ไปเลือกตั้ง รวมถึงพี่น้องทหารและชาวบ้านที่ชายแดน"
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #พรรคเพื่อไทย
จากประสบการณ์และความคิดเห็นของผมในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางกฎหมายและการเมือง เห็นว่าการที่วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ได้นำเสนอว่าประชาชน ทหาร และชาวบ้านชายแดนควรมีส่วนร่วมในการตัดสินคดีคลิปเสียง ถือเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นสำคัญทางการเมืองและกฎหมายเช่นนี้ ช่วยส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในระบบได้มากขึ้น ซึ่งในมุมมองของผม การเปิดโอกาสให้สมาชิกของสังคมหลากหลายกลุ่ม เช่น ทหารและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน มีเสียงในคดีนี้ เป็นการรับฟังความหลากหลายที่มีผลโดยตรงต่อความมั่นคงและความสงบของประเทศ นอกจากนี้ ผมเห็นว่า บริษัท วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ที่ปรึกษากฎหมาย จำกัด เป็นอีกหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์และให้คำแนะนำทางกฎหมายที่แม่นยำ ซึ่งส่งผลดีต่อการสร้างความเข้าใจในประเด็นกฎหมายที่ซับซ้อนนี้ โดยรวมแล้ว ความเห็นของนักกฎหมายท่านนี้สะท้อนถึงความต้องการให้การเมืองไทยเดินหน้าอย่างมีส่วนร่วมและเคารพต่อเสียงของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยและเชื่อว่าหากกระบวนการตัดสินใดๆ รวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนต่างๆ จะช่วยสร้างความสมดุลและสันติภาพในสังคมได้มากขึ้น

ในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่ว่าพูดจริงหรือพูดเล่นหรือพูดหยอกล้อก็ไม่ควรพูดแบบนี้ทั้งสิ้น ยิ่งในภาวะที่บ้านเมืองหน้าสิ่วหน้าขวาน ยิ่งไม่ควรพูดแบบนี้เลย ประชาธิปไตยผิดๆมีเยอะแยะไป เพราะประชาชนไม่ได้มีความรู้ ยกตัวอย่างนายกยูเครน ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้น แต่ก็นำประเทศสู่หายนะ ถ้าประชาชนยังโง่ไม่เสร็จ ยังเลือกนายกคนนี้อยู่ ก็ถือว่าเป็นกรรมของประเทศที่ประชาชนมีสมองคิดออกได้แค่นี้ ก็อยู่กันแบบลำบากยากเข็ญกันต่อ ไป ถ้าชอบนายกไร้สมองไร้วุฒิภาวะไร้สติปัญญาไร้ความสามารถ ก็เหมือนคนเลือกนั่นล่ะค่ะ เป็นแบบไหนก็เลือกออกมาแบบนั้น