AI และดิจิทัลดันพลังประมวลผลจีนพุ่งทะยาน

จีนคาดว่าพลังประมวลผลอัจฉริยะจะเติบโตมากกว่า 40% ในปี 2025 จากปีก่อนหน้า ตามรายงานในงานประชุม China Computing Power Conference ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าอุตสาหกรรมพลังประมวลผลของจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาเชิงคุณภาพและขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจากสำนักบริหารข้อมูลแห่งชาติจีน (NDA) ระบุว่า ณ เดือนมิถุนายน 2025 พลังประมวลผลอัจฉริยะของจีนแตะระดับ 788 EFLOPS เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 90 EFLOPS ในปลายปี 2024 โดยคิดเป็น 32% ของพลังประมวลผลรวมของประเทศ

การขยายตัวของพลังประมวลผลเกิดจากการใช้งานที่หลากหลาย เช่น โมเดล AI สร้างสรรค์, ยานยนต์ไร้คนขับ เมืองอัจฉริยะ หุ่นยนต์เกษตร และการผลิตอุตสาหกรรม โดยมีโครงการนวัตกรรมกว่า 23,000 รายการที่นำไปใช้จริงในภาคการเงิน สุขภาพ และพลังงาน

นักวิจัยชี้ว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงสังคมจีนอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยพลังประมวลผลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งในด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์แบบแม่นยำ การเรียนรู้เฉพาะบุคคลผ่านระบบ VR/AR และการเกษตรแม่นยำที่ใช้หุ่นยนต์และข้อมูลหลากมิติ

ในงานประชุมยังมีการพูดถึงโมเดล DeepSeek-V3.1 ซึ่งออกแบบให้รองรับชิปรุ่นใหม่ของจีน โดยใช้เทคนิค FP8 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลและลดการใช้แบนด์วิดท์ แม้จะต้องใช้การฝึกแบบความละเอียดผสมเพื่อรักษาความแม่นยำ

นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของจีน โดย AI อาจสร้างมูลค่ากว่า 11 ล้านล้านหยวน (49.7 ล้านล้านบาท) หรือราว 4–5% ของ GDP ภายในปี 2035 ซึ่งจะผลักดันความต้องการพลังประมวลผลเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

(1 หยวน = 4.52 บาท)

#TheStructure

#TheStructureNews

#จีน #AI #เศรษฐกิจดิจิทัล

2025/8/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเติบโตของพลังประมวลผลอัจฉริยะในจีนไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วนของสังคมและเศรษฐกิจด้วย ภายใต้การใช้พลังประมวลผลระดับสูงกว่า 788 EFLOPS ภายในกลางปี 2025 ซึ่งสูงขึ้นจาก 90 EFLOPS ในปลายปี 2024 จีนได้เปิดโอกาสให้กับการพัฒนาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโมเดล AI สร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ความก้าวหน้าของยานยนต์ไร้คนขับที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขนส่ง รวมถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่อาศัยระบบอัตโนมัติและเซ็นเซอร์อัจฉริยะตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบด้าน ในภาคการผลิต การนำหุ่นยนต์เกษตรสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรด้วยความแม่นยำและประมวลผลข้อมูลหลากหลายมิติช่วยวิเคราะห์สภาพดิน น้ำ และสภาพอากาศได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ขณะที่ภาคการแพทย์ได้ประโยชน์จาก AI ในการวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว แม่นยำ พร้อมการเรียนรู้เฉพาะบุคคลผ่านเทคโนโลยี VR/AR ที่ทำให้การรักษาและการฟื้นฟูมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โมเดล DeepSeek-V3.1 ที่ถูกพัฒนาขึ้นรองรับชิปใหม่ของจีนที่ใช้เทคนิค FP8 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล พร้อมลดการใช้แบนด์วิดท์ ซึ่งเป็นการย้ำถึงความพยายามนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาสู่ระดับอุตสาหกรรมและการใช้งานจริง นักวิเคราะห์คาดการณ์เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักโดยมูลค่าเกิดจาก AI จะสูงถึง 11 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 49.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2035 นั่นหมายความว่าการลงทุนและนวัตกรรมในด้านพลังประมวลผลจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกหลายเท่าตัวเพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ ด้วยการเติบโตด้านพลังประมวลผลและการประยุกต์ใช้ AI อย่างครบวงจร เห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลคือกุญแจสำคัญที่จีนใช้ในการแข่งขันระดับโลก พร้อมสร้างสังคมทันสมัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน