ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลามไปจนมีการปะทะกันด้วยกำลังระหว่างไทย-กัมพูชา ย่อมทำให้พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือแม่ทัพกุ้ง แม่ทัพภาคที่ 2 กลายเป็นที่สนใจเนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทในการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างมาก

อย่างไรก็ดี แม่ทัพกุ้งเองก็กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 68 นี้ ทำให้คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่าไม่ควร “เปลี่ยนม้ากลางศึก” เพราะเกรงจะกระทบต่อการสู้รบ

ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งออกมาโจมตีแม่ทัพกุ้งว่า ในขณะที่ลูกน้องกำลังสู้รบ แต่เหตุในตัวแม่ทัพจึงออกเดินสาย พูดคุยกับเยาวชนในพื้นที่ปลอดภัย ในขณะที่ผู้ใต้บังคับบัญชาชั้นผู้น้อยยังคงทำงานเสี่ยงอันตรายอยู่ในแนวหน้า

ทำไมคนโบราณจึงเห็นว่าไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก เปลี่ยนตัวแม่ทัพระหว่างการสู้รบ ?

ในสมัยโบราณ การสื่อสารระหว่างหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพนั้นมีข้อจำกัดสูงมาก เนื่องด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารได้สร้างข้อจำกัดในการปฎิบัติการ มีความจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารด้วยสัญญาณธง และเสียงแตรเสียงกลองเป็นหลัก

ในขณะที่การสื่อสารระยะกลาง-ไกล มีความจำเป็นจะต้องใช้ม้าเร็วในการสื่อสาร จึงทำให้ตัวแม่ทัพ หรือผู้บังคับบัญชาหน่วยรบ มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในแนวหน้า เพื่อควบคุมบังคับบัญชาการรบให้เป็นไปโดยสะดวก

นอกจากนี้ รูปแบบการบังคับบัญชายุคโบราณ แม่ทัพคือผู้รวบรวมข้อมูลและตัดสินใจกลยุทธ์ทุกอย่าง จนทำให้ตัวแม่ทัพมีความสำคัญในการสู้รบอย่างสูงจนทำให้การสูญเสียแม่ทัพ ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตในระหว่างการสู้รบ หรือการเปลี่ยนตัวแม่ทัพในระหว่างการศึกนั้น จะสร้างความเสียหายให้กับขวัญและกำลังใจในการสู้รบอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ในยุคโบราณ จึงตั้งข้อเรียกร้องว่าไม่ควรจะเปลี่ยนตัวแม่ทัพกลางศึก และแม่ทัพจะต้องอยู่ในแนวหน้าบัญชาการรบตลอดการศึก

โลกเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน เงื่อนไขก็เปลี่ยน

การทำสงครามของมนุษย์ตลอดระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา ทำให้มนุษย์พัฒนาแนวคิดและเทคโนโลยีในการสู้รบ ที่สามารถชดเชยข้อจำกัดดั้งเดิมขึ้นมาได้มาก

ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ได้มีการพัฒนาระบบ "กองเสนาธิการ" (Staff) แบ่งหน้าที่ให้นายทหาร รวบรวมข้อมูลการสู้รบในประเด็นต่าง ๆ เพื่อประกอบข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้บัญชาการรบใช้ในการตัดสินใจ

การมาของกองเสนาธิการ ทำให้ความสำคัญของแม่ทัพในการสู้รบลดลงไปเป็นอย่างมาก การสูญเสีย หรือเปลี่ยนตัวแม่ทัพไม่ได้ส่งผลต่อการสู้รบในแนวหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญอีกต่อไป และนับจากนั้นการเปลี่ยนตัวแม่ทัพกลางศึกก็มีให้เห็นอยู่หลายครั้ง

ในสงครามกลางเมืองสหรัฐ (2404 – 2408) ประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น สั่งเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารบกไป 3 ท่าน และในปี 2553 ประธานาธิบดี บารัค โอบามา สั่งเปลี่ยนปลดพลเอก สแตนลีย์ แมคคริสตัล ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐ ในอัฟกานิสถาน ด้วยเหตุผลทางการเมือง และสถานการณ์ในอัฟกานิสถานในเวลานั้น ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรง

นอกจากนี้ รูปแบบการสู้รบในปัจจุบันถูกยกระดับให้มีความหลากหลายซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็น “สงครามผสมผสาน (Hybrid Warfare)” ที่ขอบเขตของการสู้รบไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในสนามรบ แต่ยังรวมไปถึงการทำสงครามข้อมูล (Information Warfare), สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare), สงครามเศรษฐกิจ และการใช้กลไกระหว่างประเทศควบคู่กันไป

และนี่คือความสำคัญของการมี “ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย- กัมพูชา (ศบ.ทก.)” ที่ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ทั้งจากส่วนราชการ และสื่อมวลชน/อินฟลูเอ็นเซอร์ เข้ามาทำงานร่วมกันในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

นอกจากนี้ คนไทยหลายคน ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำสงครามข่าวสาร จึงถือเป็นครั้งแรกของไทย ที่ประชาชนได้เข้ามีส่วนร่วมในการทำสงครามได้ โดยไม่ต้องเข้ามาเป็นทหารประจำการ (โปรดอย่าลืมว่า การสร้างข่าวปลอม ทำให้ประเทศเสียหายด้วยเช่นกัน)

สำหรับในส่วนของการสู้รบในแนวหน้านั้น ถูกกำกับทิศทางโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), กระทรวงกลาโหม, กองบัญชาการกองทัพไทย และกองทัพบกอยู่แล้ว ในขณะที่ในกองทัพภาคที่ 1 และ 2 ต่างก็มีกองเสนาธิการคอยทำหน้าที่เป็นมันสมองของกองทัพ จนทำให้กองทัพสามารถดำเนินการสู้รบต่อไปได้ แม้จะมีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพ หรือแม่ทัพไม่อยู่ในแนวหน้า

อย่างไรก็ดี การเดินสายพบปะพูดคุยกับประชาชนของแม่ทัพกุ้งนั้น ก็ส่งผลต่อการสู้รบอย่างมีนัยยะสำคัญด้วยเช่นกัน โดยการพูดคุยบอกเล่าประสบการณ์ของแม่ทัพกุ้ง ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจโดยรวมของคนไทยทั้งชาติ

เพราะการสู้รบในสมัยนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวแม่ทัพคนใดคนหนึ่ง หรือทัพภาคใด ภาคหนึ่ง แต่พลังที่สำคัญที่สุดคือ ความสามัคคีและมุ่งมั่นของคนไทยทั้งชาติ ที่จะขับเคลื่อนประเทศ รักษาผลประโยชน์สูงสุดของชาติให้อยู่กับเราตลอดไป

ศิราวุธ ภุมมะกสิกร

คอลัมนิสต์ The Structure

#TheStructure

#TheStructureEssay

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ศบทก

#พลโทบุญสิน

2025/8/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในอดีตคำว่า "เปลี่ยนม้ากลางศึก" เป็นคำเปรียบเปรยที่สะท้อนถึงความสำคัญของแม่ทัพในสนามรบ เนื่องจากแม่ทัพต้องอยู่ในแนวหน้าของการรบเพื่อควบคุมการปฏิบัติการและรักษาขวัญกำลังใจของทหาร ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกถือเป็นเรื่องอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องและประสิทธิภาพของกองทัพ แต่ในยุคปัจจุบัน เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของระบบการสู้รบที่ซับซ้อนมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือระบบกองเสนาธิการที่ช่วยรวบรวมและประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของแม่ทัพ โดยที่แม่ทัพไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าสนามรบตลอดเวลา อีกทั้งการเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกในยุคนี้ก็สามารถทำได้โดยไม่สร้างความเสียหายต่อขวัญและกำลังใจของฝ่ายตนอย่างในอดีต สำหรับกรณีของพลโทบุญสิน พาดกลาง หรือแม่ทัพกุ้ง ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการและกำลังพบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา การกระทำนี้ไม่ได้ลดความสำคัญของการสู้รบในแนวหน้า เพราะแม่ทัพกุ้งได้ใช้บทบาทนี้สร้างขวัญกำลังใจของคนไทยทั้งชาติ ผ่านการแสดงความห่วงใยและความเข้าอกเข้าใจสถานการณ์ ซึ่งถือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างหนึ่ง ในปัจจุบัน สงครามไม่ได้จำกัดแค่การสู้รบในสนามจริง แต่รวมถึงสงครามข้อมูล สงครามไซเบอร์ และสงครามเศรษฐกิจ ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการและความร่วมมือจากหลายฝ่าย "ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา" จึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการสถานการณ์ที่ซับซ้อนเหล่านี้ พร้อมทั้งช่วยรวบรวมเสียงจากประชาชนและสื่อมวลชนในการเสริมสร้างเนื้อหาและความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันปกป้องประเทศชาติอย่างแท้จริง ดังนั้น คำว่า "เปลี่ยนม้ากลางศึก" ในยุคปัจจุบันจึงมีความหมายที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก แม่ทัพไม่จำเป็นต้องอยู่ในแนวหน้าเสมอไป และการเปลี่ยนตัวแม่ทัพกลางศึกไม่ใช่อุปสรรคต่อความสำเร็จของการสู้รบ ขอเพียงแต่ทุกฝ่ายมีความสามัคคีและร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง นี่จึงคือกุญแจสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของชาติให้คงอยู่ตลอดไป

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ธงชัย(i16-PM)
ธงชัย(i16-PM)

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้นว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนระดับแม่ครับสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพียงแต่ว่าอย่าเอาไอ้ทักษิณหน้าเหลี่ยมเข้ามายุ่งเกี่ยวแค่นั้นแหละเพราะไอ้ตัวนี้ผลประโยชน์ยิ่งใหญ่ที่สุดขอให้เครื่องบินมันระเบิดตายกันอากาศดีเถอะ