สืบเนื่องจากกรณีที่พรรคเพื่อไทยเข้าพบปะหารือกับพรรคประชาชนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 68 ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเพราะเหตุใด นายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จึงไม่ได้เดินทางไปที่พรรคประชาชนด้วย

กรณีนี้ นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้เหตุผลว่า นายชัยเกษมติดภารกิจส่วนตัวในวันดังกล่าว และการนัดหมายเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน จึงไม่สามารถจัดเวลาได้ทัน แม้จะมีความพยายามติดต่อไปแล้ว

"เมื่อวานนี้ท่านไม่สะดวกครับ ท่านติดภารกิจอยู่ จริงๆ แล้วพวกผมนัดกันกระทันหันมาก"

นอกจากนี้ยังได้เสริมว่าวันก่อนที่พรรคประชาชนติดงานระดมทุน ทำให้กว่าที่ฝั่งเพื่อไทยจะได้รับคำตอบรับกลับมาก็ดึกมากแล้ว ก่อนที่ช่วงเช้าฝั่งเพื่อไทยจะรวมตัวกันเพื่อไปแสดงเจตจำนงที่พรรคประชาชนอย่างกระทันหัน

อีกด้าน เมื่อผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์นายชัยเกษม กลับได้รับคำตอบว่า "เขาไม่ได้ชวนผม" ทั้งนี้ นายชัยเกษม ย้ำว่าไม่ติด หากจะไปนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ก่อนจะเผยต่อไปว่า “แต่ตอนนี้เขาไม่เรียกใช้ จะให้ไปทำอะไรก็คงทำไม่ได้”

#TheStructure

#TheStructureNews

#พรรคเพื่อไทย #พรรคประชาชน #พรรคภูมิใจไทย

2025/9/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล การเจรจาระหว่างพรรคการเมืองมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการวางแผนสร้างพันธมิตรและกำหนดทิศทางของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งกรณีของนายชัยเกษม นิติศิริ ไม่ร่วมไปพบปะกับพรรคประชาชนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมืองที่มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้รับการเปิดเผยคือนายชัยเกษมติดภารกิจส่วนตัวในวันที่มีการนัดหมายอย่างกะทันหัน และแม้จะพยายามติดต่อประสานงานแล้ว แต่ไม่สามารถปรับตารางเวลาได้ทัน ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมในการจัดเตรียมการประชุมล่วงหน้าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในวงการเมืองที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวและปรึกษาหารือหลายฝ่าย นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่นายชัยเกษมกล่าวว่า "เขาไม่ได้ชวนผม" ซึ่งสื่อความหมายได้ว่าการสื่อสารภายในกลุ่มพันธมิตรยังคงมีช่องว่างหรือข้อขัดแย้งเล็กน้อยที่อาจกระทบต่อความร่วมมือในอนาคต อย่างไรก็ตาม นายชัยเกษมก็ย้ำชัดเจนว่าไม่ติดปัญหาในการเข้าร่วม และพร้อมจะนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหากมีการเรียกใช้ ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าโอกาสยังเปิดกว้างแต่ต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ยังสะท้อนถึงประเด็นที่พรรคประชาชนเองมีภารกิจที่จำเป็น เช่น งานระดมทุน ที่อาจทำให้การนัดหมายต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่เอื้ออำนวยต่อฝ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อฝั่งเพื่อไทยได้รับการตอบกลับล่าช้า ทำให้เกิดสถานการณ์ที่การนัดหมายและการตัดสินใจต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนในช่วงเช้าของวันที่ 31 สิงหาคม โดยสรุป ความล่าช้าและภารกิจส่วนตัวของนายชัยเกษม รวมทั้งปัญหาการประสานงานและการสื่อสารภายในพรรคนั้น ทำให้เขาไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นภาพสะท้อนของความท้าทายในการเจรจาทางการเมืองที่ต้องอาศัยความรอบคอบ ความชัดเจน และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นคงและความร่วมมือในระยะยาวสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของประชาชนต่อไป