ชัดเจนแล้ว!! พรรคประชาชนประกาศมีมติโหวตอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเปิดสมัยประชุมสภาฯ โดยพรรคภูมิใจไทยต้องทำตามเงื่อนไข 5 ข้อ
ด้านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชี้ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ไม่ได้แสดงความจริงใจในการยุบสภาตามที่กล่าวอ้างมาโดยตลอด และเพื่อป้องกันไม่ให้มีอำนาจนอกระบบ ไม่ให้หัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารกลับเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง หรือเปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอก
ดั งนั้นเพื่อให้เกิดการยุบสภา และนำไปสุ่การเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนจึงมีมติให้โหวตนาย อนุทิน ชาญวีรกุลเป็นนายกฯ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
1. การยุบสภาภายใน 4 เดือน
2. แก้ไขรัฐธรรมนูญ
3. ภูมิใจไทยต้องผลักดันร่างแก้ไข รธน.ให้เสร็จในสมัยสภานี้
4. ไม่ให้ภูมิใจไทยทำตัวให้มีเสียงข้างมากเพื่ออยู่ต่อ
5. พรรคประชาชนจะเป็นฝ่ายค้านไม่ร่วมรัฐบาล
โดยพรรคประชาชนจะลงนามไว้ก่อน เพื่อรอพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจว่าตกลงกับเงื่อนไขดังกล่าวได้หรือไม่ หากพร้อมรับเงื่อนไข ก็ให้มาเซ็น MOU ดังกล่าวได้เลย
และในขณะที่พรรคประชาชนแถลงอยู่ ได้มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยประกาศว่าได้มีการดำเนินการทูลเกล้าฯ เพื่อให้เกิดการ "ยุบสภา" แล้วเช่นกัน
การเมืองไทยช่วงนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะบทบาทของพรรคประชาชนที่ได้ประกาศมติชัดเจนว่าจะโหวตสนับสนุนให้นาย อนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้มีการตั้งเงื่อนไขเพื่อความชัดเจนในทิศทางการบริหารประเทศและกระบวนการทางการเมือง คือ การเร่งยุบสภาภายใน 4 เดือน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ เงื่อนไขเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการใช้อำนาจนอกระบบ เช่น ไม่ให้หัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีคนนอกโดยไม่มีมติของสภา อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการเกิดเสียงข้างมากจากพรรคภูมิใจไทยเพื่ออยู่ต่อโดยไม่ได้รับการยอมรับจากพรรคอื่นๆ ซึ่งแสดงถึงความต้องการสร้างสมดุลอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนยังยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล หากพรรคภูมิใจไทยยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวและเซ็น MOU ร่วมกัน ถือเป็นแนวทางที่เน้นความร่วมมือทางการเมืองแบบมีเงื่อนไขชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยที่ได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอยุบสภาเช่นกัน สำหรับประชาชนทั่วไป ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจทิศทางการเมืองและการบริหารประเทศในอนาคต โดยเฉพาะในประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองและการพัฒนาประเทศในระยะยาว การประกาศเงื่อนไขเหล่านี้โดยพรรคประชาชนยังสะท้อนถึงการพยายามปลุกเร้าสมดุลทางการเมืองและป้องกันผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมในรัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทยในการตัดสินใจและตอบรับข้อเสนอที่เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบนี้

มีแต่ผลประโยชน์ ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีนักการเมือง