Automatically translated.View original post

Thaksin took the condition! Supreme Court forced a 1-year prison sentence.

On September 9, the Supreme Court of the Criminal Division of Political Office holders ordered that former Prime Minister Thaksin Shinawatra be sentenced to one year in prison, stating that his stay in a police hospital after his return to Thailand in 2023 was not legally imposed.

Previously, Thaksin was sentenced to eight years in prison for corruption before being pardoned to one year and given a suspension in February 2024 for the duration of his stay in prison. He stayed in a special room of a police hospital, citing health reasons.

The Supreme Court heard a total of seven witnesses to determine whether such hospital detention was compulsory in accordance with the law before a new sentence was ordered and brought to prison by Thaksin.

Mr. Thaksin came to hear the order in person, with his family and a team of lawyers, with a smiling face, while his daughter, Rafthong Thang Shinawatra, hugged his encouragement after hearing the judgment, while he remained calm and consulted closely with the lawyer.

# TheStructure

# TheStructureNews

# Thaksin Shinawatra # Class 14 case # Supreme Court

2025/9/9 Edited to

... Read moreหลังจากที่ศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร ต้องรับโทษจำคุก 1 ปี โดยระบุว่าการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจไม่ถือเป็นการบังคับโทษตามกฎหมาย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อจำกัดของการพักโทษในระบบกฎหมายไทย การพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ถือเป็นพื้นที่พิเศษที่ศาลใช้ในการพิจารณาว่าไม่สามารถนับเป็นการบังคับโทษแทนการคุมขังในเรือนจำได้ การวินิจฉัยนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อแนวทางการใช้สิทธิพักโทษของนักโทษ โดยเฉพาะผู้ที่มีเหตุผลด้านสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง คดีนี้ยังแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมในไทยที่ให้ความสำคัญกับการไต่สวนพยานที่ละเอียดและรอบคอบ ศาลได้จัดให้มีการไต่สวนพยานรวมถึง 7 นัด สะท้อนความโปร่งใสและความรัดกุมในกระบวนการพิจารณา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม สำหรับบุคคลทั่วไป การรับโทษจำคุกตามคำสั่งศาลหมายความว่าควรต้องปฏิบัติตามกระบวนการรับโทษอย่างเคร่งครัด การพักรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่สามารถใช้แทนเรือนจำได้ จึงส่งผลให้การนับโทษถูกเริ่มใหม่และตัวนักโทษจะต้องถูกคุมขังในเรือนจำตามกฎหมาย ประเด็นนี้ยังจุดประกายให้สังคมไทยได้ทบทวนเรื่องสิทธิมนุษยชนและการจัดการดูแลสุขภาพของนักโทษในระบบเรือนจำว่าควรมีมาตรฐานและการดูแลที่เหมาะสมอย่างไร เพื่อป้องกันการใช้สถานที่พักรักษาตัวชั้นพิเศษเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงการรับโทษที่แท้จริง ทั้งหมดนี้จึงเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นว่ากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไทย ยังมีความเข้มงวดและเน้นความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบกฎหมายโดยรวม