ศาลฎีกาสหรัฐฯ เปิดทางทรัมป์กวาดล้างผู้อพยพ

ศาลฎีกาสหรัฐมีคำสั่งอนุญาตให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) กลับมาปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมในรัฐแคลิฟอร์เนียได้อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งห้ามชั่วคราว โดยเห็นว่าการกวาดจับอาจละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

คำสั่งล่าสุดของศาลสูง ซึ่งมีมติ 6 ต่อ 3 ตามแนวอุดมการณ์การเมือง ถือเป็นชัยชนะสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ที่เดินหน้านโยบายเนรเทศอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ

กลุ่มสิทธิมนุษยชนและสหภาพแรงงานที่ยื่นฟ้องระบุว่า ICE ใช้เชื้อชาติและสำเนียงภาษาเป็นเหตุในการหยุดตรวจบุคคล โดยไม่มีเหตุอันควรสงสัย ขณะที่ผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ เขียนความเห็นแย้งว่า “เชื้อชาติไม่อาจเป็นเหตุเดียวในการสงสัย แต่สามารถเป็นปัจจัยหนึ่งร่วมกับข้อมูลอื่นได้”

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ออกแถลงการณ์สนับสนุนคำสั่งศาล โดยระบุว่า “เป็นชัยชนะเพื่อความปลอดภัยของชาวแคลิฟอร์เนียและหลักนิติธรรม” พร้อมย้ำว่า “เจ้าหน้าที่ DHS จะไม่ถูกขัดขวาง และจะเดินหน้าจับกุมและเนรเทศฆาตกร, คนร้ายข่มขืน, สมาชิกแก๊ง และผู้อพยพผิดกฎหมายที่มีประวัติอาชญากรรม ซึ่งนายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิสยังให้ที่พักพิง

#TheStructure

#TheStructureNews

#ทรัมป์ #ผู้อพยพ #สหรัฐอเมริกา

2025/9/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมคำสั่งของศาลฎีกาที่อนุญาตให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE กลับมาปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้อพยพในรัฐแคลิฟอร์เนียได้อีกครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นสำคัญในนโยบายด้านการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในประเด็นสิทธิมนุษยชน ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ออกคำสั่งห้ามชั่วคราว เนื่องจากมีความกังวลว่าการกวาดจับผู้อพยพอาจละเมิดสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิในการได้รับการปกป้องจากการค้นตัวโดยไม่มีเหตุสมควรอย่างเพียงพอ และข้อกังวลเรื่องการเลือกปฏิบัติบนฐานของเชื้อชาติหรือสำเนียงภาษา ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและสหภาพแรงงานได้ยื่นฟ้องต่อศาล อย่างไรก็ตาม คำสั่งล่าสุดจากศาลฎีกาที่เสียงส่วนใหญ่ 6 ต่อ 3 รับรองการปฏิบัติของ ICE ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งจัดการกับผู้อพยพผิดกฎหมายที่มีประวัติอาชญากรรม เช่น ผู้ต้องหาคดีร้ายแรงและสมาชิกแก๊ง ซึ่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ระบุว่าเป็นผลดีต่อความปลอดภัยของชุมชนในรัฐแคลิฟอร์เนีย และย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้จะดำเนินไปโดยเคารพหลักนิติธรรม ในด้านความเห็นแย้งของผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ ที่ระบุว่า "เชื้อชาติไม่อาจเป็นเหตุเดียวในการสงสัย แต่สามารถเป็นปัจจัยหนึ่งร่วมกับข้อมูลอื่นได้" สะท้อนปัญหาที่ซับซ้อนของการบังคับใช้กฎหมายกับผู้อพยพ ซึ่งส่งผลต่อการตีความสิทธิขั้นพื้นฐานและความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย มาตรการของรัฐบาลทรัมป์ที่เข้มงวดขึ้นในเรื่องการเนรเทศผู้อพยพนี้ ยังส่งผลต่อบทบาทของหน่วยงานระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่นลอสแอนเจลิส ที่มีนโยบายให้ความคุ้มครองผู้อพยพมากกว่าระดับรัฐบาลกลาง ซึ่งอาจสร้างความตึงเครียดระหว่างการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางและนโยบายท้องถิ่น ผู้ที่ติดตามเหตุการณ์นี้ควรจับตามองผลกระทบในระยะยาวทั้งทางกฎหมายและสังคม โดยเฉพาะในแง่ของการปกป้องสิทธิของผู้อพยพและความมั่นคงสาธารณะ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นที่อาจมีความขัดแย้งในแนวนโยบายต่อไป

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ghj
ghj

งั้นละปีณหาที่อเมริกาต่อรองอิน่านเพื่อ นุษนต์ชาติ