VinGroup ลุยสร้างโรงไฟฟ้า LNG ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม

Vingroup กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม เริ่มต้นการก่อสร้างโรงไฟฟ้า LNG ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ณ เมืองฮายฟอง ด้วยงบลงทุนกว่า 178 ล้านล้านดอง (2.2 แสนล้านบาท) โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ 100 เฮกตาร์ มีกำลังผลิตรวม 4,800 เมกะวัตต์ ดำเนินการภายใต้การร่วมทุนระหว่าง Vingroup และ VinEnergo

โรงไฟฟ้าดังกล่าวตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมเติ่นเจิ๋ว ซึ่งมีพิธีเปิดหน้าดินในวันเดียวกัน โดยนิคมฯ ครอบคลุมพื้นที่ 227 เฮกตาร์ มูลค่าลงทุนกว่า 4 ล้านล้านดอง (4.9 พันล้านบาท) พัฒนาโดย Vinhomes บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเครือ Vingroup คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างราว 5 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีใหม่ รองรับแรงงานคุณภาพหลายหมื่นคน

นายกรัฐมนตรีฟาม มินห์ จิญ กล่าวในพิธีเปิดว่า “ทั้งสองโครงการมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และและการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ” พร้อมเน้นย้ำให้เร่งดำเนินการพัฒนานิคมฯ เพื่อรองรับผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และผลักดันให้โรงไฟฟ้าแล้วเสร็จภายในปี 2029 — เร็วกว่ากำหนดเดิมหนึ่งปี โดยต้องดำเนินการควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพภายในประเทศ

ด้านนาย Nguyen Viet Quang รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Vingroup กล่าวว่า “การพัฒนาโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรมควบคู่กัน จะช่วยส่งเสริมการลงทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืน” พร้อมระบุว่า Vingroup มีแผนขยายโมเดลการพัฒนาแบบบูรณาการนี้ไปยังภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมและการทันสมัยระดับชาติ

ทั้งนี้ เมืองฮายฟองยังเป็นฐานการผลิตหลักของ VinFast ผู้ผลิตรถยนต์ในเครือ Vingroup ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่ปี 2019 และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองอย่างต่อเนื่อง

(1 ดอง = 0.0012 บาท)

#TheStructure

#TheStructureNews

#Vingroup #LNG

2025/9/28 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมการพัฒนาโรงไฟฟ้า LNG ขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดย Vingroup ในเมืองฮายฟอง ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านพลังงานของประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมเติ่นเจิ๋วซึ่งมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีใหม่และอุตสาหกรรมระดับสูง การใช้พลังงาน LNG หรือก๊าซธรรมชาติเหลวถือเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับถ่านหินหรือเชื้อเพลิงอื่น ๆ โครงการนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดย Vinhomes ในเครือ Vingroup ซึ่งมีพื้นที่ถึง 227 เฮกตาร์ จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศและการดำเนินงานของธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง อีกทั้งยังสนับสนุนการจ้างงานแรงงานคุณภาพจำนวนมาก เพื่อตอบโจทย์การเติบโตด้านเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ในส่วนของ VinFast ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีฐานการผลิตหลักอยู่ในเมืองฮายฟองนี้ ยังได้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้า LNG ครั้งนี้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากจะได้รับพลังงานที่มีเสถียรภาพและสะอาดมากขึ้น ช่วยสร้างความแข็งแกร่งต่อระบบการผลิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การร่วมทุนระหว่าง Vingroup และ VinEnergo ในการสร้างโรงไฟฟ้าครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีใหม่จากต่างประเทศมายกระดับศักยภาพภายในประเทศอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเวียดนามที่ต้องการเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เน้นความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสรุป โครงการโรงไฟฟ้า LNG และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันเวียดนามเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ พร้อมกับสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียวในระยะยาว นับเป็นโมเดลการพัฒนาที่น่าสนใจสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม