การตัดถนนเพื่อการป้องกันประเทศ
การแสดงท่าทีที่ก้าวร้าว และคุกคามประเทศไทยของกัมพูชา ได้จุดกระแสชาตินิยมในสังคมไทยขึ้น ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงพลังของความรักชาติ และสามัคคีกันของคนไทยได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง ใช้พลังความรักชาติของคนไทยมาโจมตี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และองคมนตรี
โดยมีการกล่าวหาว่า ในสมัยรัฐบาลพ ลเอกประยุทธ์ ได้มีการอนุมัติโครงการถนน เชื่อมโยงชายแดนไทย-กัมพูชา ในบริเวณจังหวัดจันทบุรี–ตราดว่า เป็นการสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบ่อนตามแนวชายแดนในฝั่งกัมพูชา
ความสำคัญของถนนในอดีต-ปัจจุบัน
มนุษย์รู้จักการตัดถนนมาหลายพันปีแล้ว โดยถนนที่อาจจะเก่าแก่ที่สุดของโลกคือ The Ridgeway ในอังกฤษ ที่มีอายุมากกว่า 5 พันปี ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อการเชื่อมโยงทางการค้า และการป้องกันประเทศ อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนกำลังพล พร้อมยุทโธปกรณ์ในการป้องกันประเทศ
ถนนมีบทบาทสำคัญอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการป้องกันประเทศมาแต่โบราณ โดยจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ของโลกอย่างโรมัน และจีน ล้วนแต่เป็นจักรวรรดิที่มีการสร้างถนนหนทางเชื่อมโยงแต่ละพื้นที่ยุทธศาสตร์ภายในจักรวรรดิไว้ ซึ่งโคร งการถนนเหล่านี้ ไม่เพียงแต่กระตุ้น ให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังทำให้สามารถเคลื่อนกองทัพ พร้อมยุทโธปกรณ์เพื่อการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้จักรวรรดิทั้ง 2 มีความยิ่งใหญ่เป็นที่กล่าวขานของอนุชนรุ่นหลัง
ในประเทศไทย ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) คือตัวอย่างหนึ่งของถนนที่สร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงควบคู่กัน โดยถนนเส้นนี้เริ่มสร้างในปี 2498 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสหรัฐและไทย ภายใต้โครงการความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (USOM)
เบื้องหน้าของการตัดถนนสายมิตรภาพนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันระหว่างสหรัฐและไทยในห้วงสงครามเย็นเท่านั้น แต่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างภาคกลางและภาค อีสานของไทยเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นรากฐานของความเจริญของเมืองใหญ่ในภาคอีสานอย่างนครราชสีมา และอุดรธานีในทุกวันนี้
แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือ เพื่อการลำเลียงกำลังพล และยุทโธปกรณ์จากภาคกลางไปยังฐานทัพของสหรัฐที่ประจำการอยู่ในภาคอีสานของไทยในเวลานั้น เพื่อการรับมือกับภัยคุกคามคอมมิวนิสต์
จนมาถึงช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 - ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 นี้ สหประชาชาติเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างโครงข่ายการคมนาคม เพื่อการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความยากจนระหว่างเมืองเล็ก-เมืองใหญ่ และระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศด้อยพัฒนา จึงมีความพยายามที่จะส่งเสริมให้เกิดการสร้างโครงข่ายการคมนาคมขนาดใหญ่ขึ้น
ซึ่ง ASEAN เองก็รับแนวคิดริเริ่มนี้มาใช้สร้าง “วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025 (ASEAN Community Vision 2025)” และออกประกาศในปี 2558 อีกทั้งยังประกาศ “แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน 2025 (Master Plan on ASEAN Connectivity 2025 - MPAC 2025)” ในปี 2559 โดยแนวคิดทั้ง 2 นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิกของสหประชาชาติ (UN-ESCAP) ด้วย
สำหรับประเทศไทยเอง รับเอาวิสัยทัศน์อาเซียน และ MPAC 2025 มาปรับใช้ใน พรบ. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในปี 2560 อีกทั้งใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570) หมุดหมายที่ 5 มีการกำหนดเป้าหมายให้ “ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค”
แผนงานทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายใต้การสันนิษฐานว่าภูมิภาคอาเซียนจะมีแต่ความสงบสุข และเต็มไปด้วยบรรยากาศความร่วมมือระหว่างชาติอาเซียนอย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์ที่กัมพูชาเปิดฉากโจ มตีใส่เป้าหมายพลเรือนไทยในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ทำลายบรรยากาศและการสันนิษฐานของแผนต่าง ๆ ลงไปจนหมดสิ้น ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าฮุนเซน-ฮุนมาเน็ต จะทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้
แต่ถึงกระนั้น บทบาทของถนนเชื่อมโยงชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ไม่ได้หมดไปเสียทีเดียว เพียงแต่บทบาทด้านการป้องกันประเทศ ที่เป็นบทบาทสำคัญอีกด้านหนึ่งของถนน ที่ถูกลืมเลือนไป เพราะประเทศไทยอยู่ในบรรยากาศที่สงบสุขมาอย่างยาวนานหลายสิบปี กำลังจะถูกแสดงออกมา
ถนนตามแนวชายแดนนั้น แต่เดิมทีถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในด้านการค้าและการเดินทางเป็นหลัก เพื่อประโยชน์ในการกระจายตัวทางเศรษฐกิจ กระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
แต่นับตั้งแต่ที่กัมพูชาโจมตีไทยใน วันที่ 24 ก.ค. 2568 จะเห็นได้ว่ากองทัพบกไทย สามารถ เคลื่อนกำลังพลเข้าประชิดแนวชายแดนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้กองทัพบกไทยทำได้นั้น มาจากการมีถนนหนทางที่มีประสิทธิภาพสูงมากพอที่จะเคลื่อนอาวุธหนักหลายสิบตันไปตามท้องถนนได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น
สร้างถนนอำนวยความสะดวกบ่อนกัมพูชา?
สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่า ตัดถนนเพื่อเชื่อมโยงไปยังบ่อนการพนันในกัมพูชานั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากการของบประมาณแผ่นดินของส่วนราชการนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตาม พรบ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยจะต้องทำเรื่องให้สำนักงบประมาณพิจารณา ก่อนที่จะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.), สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาพิจารณาตามลำดับ จึงจะสามารถนำงบประมาณเหล่านั้นมาใช้ได้
ซึ่งเหตุผ ลนั้น ถ้าไม่เป็นไปเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ก็ต้องเป็นไปเพื่อการป้องกันประเทศ อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะอนุมัติงบประมาณโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้นข้อกล่าวหานี้ ถือได้ว่า ไม่มีมูลความจริง
แต่สาเหตุที่มีนักลงทุนมาตั้งบ่อนในบริเวณนั้น นอกจากจะเป็นเพราะว่ากัมพูชาอนุญาตให้มีการสร้างบ่อนการพนันถูกกฎหมายมาตั้งแต่ช่วงปี 2540 และคนไทยเราเองก็เป็นหนึ่งในลูกค้าสำคัญของบ่อนเหล่านี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการตั้งบ่อนการพนันตามแนวชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักพนันชาวไทย
เราตัดถนนเพื่อการค้าและความมั่นคงของเรา แต่เขาอาศัยประโยชน์จากการตัดถนนของเราเพื่อการสร้างบ่อน สร้างรายได้เข้าประเทศเขา ซึ่งเรื่องนี้จะไม่เป็นประเด็นในสังคมเลย ถ้าไม่มีความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างทั้ง 2 ประเทศเกิดขึ้น
ตัดถนนเอื้อบ่อนบุญรานี?
สำหรับถนนที่เชื่อมโยงจากถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ไปยังบ้านท่าเส้น และบ้านทมอดาในฝั่งกัมพูชา ที่กำลังเป็นประเด็นว่ามีการสร้างอย่างเร่งด่วนเพื่อการเชื่อมโยงไปยังบ่อนของบุญรานี ภรรยาของฮุนเซน ที่มีการสร้างรุกล้ำฝั่งไทยนั้น
สื่อมวลชนส่วนใหญ่รายงานข่าวว่า ถนนเส้นนี้เป็นถนน 4 เลนที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจร จนทำให้เกิดคำถามว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไรนั้น
ความจริงแล้ว ถนนเส้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการถนนเลียบแนวชายแดนจันทบุรี-ตราด ของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์ด้านการป้องกันประเทศเป็นหลัก เนื่องจากแนวชายแดนในบริเวณนั้นมีลักษณะโค้งเป็นรูปตัว U ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนทางภูมิศาสตร์ในการป้องกันประเทศ
การตัดถนนสายนี้ จะช่วยให้การส่งกำลังบำรุงทางทหารเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เพื่อประสิทธิภาพในการลาดตระเวนป้องกันชายแดน อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนกำลังทหารเข้ามาตรึงตามแนวชายแดน พร้อมตอบโต้การรุกรานของฝ่ายกัมพูชาได้อย่างรวดเร็ว
เราต้องไม่ลืมว่า ชายแดนตราดนั้น เป็นที่ตั้งของหลักเขตแดนที่ 73 ซึ่งเป็นจุดที่ส่งผลกระทบต่อการปักปันพื้นที่ทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งใต้พื้นที่ทางทะเลเหล่านั้น มีทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลมูลค่ามหาศาล
ดังนั้น การตัดถนนไปยังชายแดนไทย-กัมพูชานั้น นอกจากจะเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความมั่นคงในภารกิจการป้องกันประเทศ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติไปพร้อม ๆ กัน
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
คอลัมนิสต์ The Structure






































สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้ประโยชน์ของประชาชน ต่อภารกิจของรัฐ สำคัญ เป็นประโยชน์ส่วนรวม มากกว่า ประโยชน์ ส่วนตัว