Automatically translated.View original post

Prepare to raise 100% tax on movies filmed outside the U.S.

President Donald Trump announced Monday (Sept 29) that the United States is preparing to impose a 100% import tariff on films produced from abroad and sent into the U.S., reiterating a stance previously expressed in May that could reinvent Hollywood's global business model, although it is unclear what legal authority he will use to implement the measure.

"Our movie business was stolen by other countries. It's like stealing candy from children," Trump posted on Truth Social.

According to the U.S. Film Association, in 2023, the country's film industry has a trade surplus of $15,300 million, with more than $22,600 million in revenue from film exports to international markets.

Today, Hollywood is increasingly reliant on filming overseas, particularly in Canada, the UK and Australia, where tax incentives attract the production of giant form films and streaming series; meanwhile, joint ventures with foreign studios, particularly in Asia and Europe, have also become the primary approach to access capital sources, markets and distribution networks.

($1 = 32.35)

# TheStructure

# TheStructureNews

# Trump tax # Hollywood

2025/9/30 Edited to

... Read moreมาตรการขึ้นภาษี 100% สำหรับหนังที่ถ่ายทำนอกสหรัฐฯ เกิดขึ้นในบริบทที่ฮอลลีวูดมีแนวโน้มย้ายสถานที่ถ่ายทำไปยังต่างประเทศมากขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากแรงจูงใจด้านภาษีและต้นทุนที่ต่ำกว่าในประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดระดับโลก อย่างไรก็ตาม การเรียกเก็บภาษีนำเข้าลักษณะนี้อาจทำให้ต้นทุนของหนังที่ผลิตในต่างประเทศสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้สตูดิโอและผู้ผลิตภาพยนตร์ต้องทบทวนกลยุทธ์การถ่ายทำและลงทุนเพื่อลดผลกระทบทางการเงิน หากมาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้จริงในอนาคต ในด้านอื่น ๆ การร่วมทุนกับสตูดิโอต่างชาติยังคงเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับฮอลลีวูดเพื่อเข้าถึงทุนและตลาดใหม่ โดยเฉพาะในแถบเอเชียและยุโรปที่มีฐานแฟนภาพยนตร์ขนาดใหญ่ การขึ้นภาษีอาจกระทบต่อโอกาสและความร่วมมือในเชิงธุรกิจเหล่านี้ และอาจเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ทางธุรกิจในอนาคต ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความกังวลว่า "ธุรกิจภาพยนตร์ของเราถูกประเทศอื่นขโมยไป เหมือนขโมยลูกอมจากเด็ก" ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปกป้องอุตสาหกรรมภาพยนตร์ภายในประเทศและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการส่งออกภาพยนตร์ที่ปัจจุบันมีมูลค่ารวมหลายแสนล้านบาท สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์นี้ควรจับตาดูความชัดเจนของกฎหมายและมาตรการที่จะนำมาใช้จริง รวมถึงการตอบสนองของบริษัทภาพยนตร์ข้ามชาติและคู่ค้าต่างประเทศ เพื่อประเมินทิศทางและผลกระทบในอนาคตว่าธุรกิจภาพยนตร์ฮอลลีวูดจะปรับตัวอย่างไรในยุคที่การถ่ายทำข้ามประเทศถูกจำกัดด้วยภาษีใหม่จากสหรัฐฯ