ไต้หวันไม่เคยรับปากตกลงผลิตชิปกับสหรัฐแบบ 50-50
เจิ้งลี่จวิน รองนายกรัฐมนตรีไต้หวัน ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าไต้หวันตกลงแบ่งสัดส่วนการผลิตชิปร่วมกับสหรัฐฯ แบบ “50-50” โดยชี้ว่า “เป็นแนวคิดจากฝั่งสหรัฐฯ” พร้อมยืนยันว่า “ทีมเจรจาไม่เคยให้คำมั่น ไม่ได้หยิบยกขึ้นหารือ และจะไม่ยอมรับเงื่อนไขเช่นนั้น”
เจิ้งเดินทางกลับจากสหรัฐฯ เมื่อเช้าวันพุธ หลังเข้าร่วมการเจรจาเรื่องภาษีนำเข้า โดยเน้นผลักดันให้ลดอัตราภาษีโดยไม่เพิ่มภาระใหม่ พร้อมขอสิทธิพิเศษภายใต้กฎหมาย Section 232 ของสหรัฐฯ ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าต่างประเทศ หากเห็นว่าสินค้านั้นกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
เธอระบุว่ามีการหารืออย่างเป็นรูปธรรมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และกระทรวงพาณิชย์ โดยมีความคืบหน้าบางส่วน ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านซัพพลายเชนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจา และรายการสินค้าภายใต้ Section 232 ก็ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
แม้ไต้หวันจะเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก โดยมี TSMC เป็นผู้ผลิตชิปตามสัญญารายใหญ่ที่สุด แต่สินค้าส่งออกจากไต้หวันไปยังสหรัฐฯ ยังคงถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราชั่วคราวที่ 20% ซึ่งเป็นอัตราที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้กับสินค้านำเข้าจากไต ้หวัน ไม่ใช่อัตราที่ไต้หวันเรียกเก็บจากต่างชาติ
เจิ้งระบุว่า รัฐบาลไต้หวันมุ่งหวังให้มีการหารืออย่างรอบด้านมากขึ้นเกี่ยวกับสิทธิพิเศษภายใต้กฎหมายดังกล่าว โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นภาษีนำเข้า สิทธิพิเศษ และความร่วมมือด้านซัพพลายเชน ก็จะมีการประชุมสรุปเพื่อจัดทำข้อตกลงการค้าระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ


































