ถ้าฝ่ายซ้ายมีอาวุธมากพอ ก็คงกำจัดฝ่ายขวาเหมือนกัน

รศ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ลี้ภัยย ม.112 ในฝรั่งเศส โพสต์ข้อความแสดงทัศนคติ "ไม่เห็นด้วย" กับแนวคิดฝ่ายซ้ายในยุคหลัง ที่พยายามจะตีตราว่าเหตุการณ์ความรุนแรงจากภาครัฐเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เกิดจากการมองฝ่ายตรงข้ามเป็นปีศาจ มองอีกฝ่าย "เป็นอื่น" (other)

ตามแบบ ทฤษฎี "ความเป็นอื่น" (The Otherness) ซึ่งช่วงหลังมักได้รับความนิยม และถูกนำมาใช้อธิบายเรื่อง 6 ตุลาคม 2519 จากนักวิชาการฝ่ายซ้าย นำโดย ดร.ธงชัย วินิจจะกูล

สมศักดิ์ มองว่ากรณี 6 ตุลา ทั้งสองฝ่ายต่างก็มองอีกฝ่าย "เป็นอื่น" หรือเป็นฝ่ายที่ต้องถูกกำจัดทิ้งด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งหากกลุ่มนักศึกษาคอมมิวนิสต์มีอาวุธมากกว่าฝ่ายรัฐ ก็คงกำจัดอีกฝ่ายไม่ต่างกันกับที่ภาครัฐทำกับฝ่ายคอมมิวนิสต์

โดยสมศักดิ์มองว่า การเอาทฤษฎี "เป็นอื่น" มาตีความ 6 ตุลา อาจจะฟังดูดี แต่จริงๆ แล้ว "ไม่ได้เรื่อง" และคนสมัยนั้นเขาไม่ได้คิดกันแบบนั้นหรอก ไม่ว่าจะฝ่ายซ้าย-ฝ่ายขวา ก็ตาม

---

"6 ตุลามองฝ่ายตรงข้ามเป็นปีศาจต้องทำลาย มองอีกฝ่าย "เป็นอื่น" (Other)"

ไม่เชิงนะ หลังๆ มีกระแสเรื่อง Other เข้ามาเยอะในวงวิชาการ

ความจริง 6 ตุลา ก็มองทั้งสองฝ่าย "เป็นอื่น" ทั้งคู่นั่นแหละ เพียงแต่ฝ่ายนึงมีอาวุธมากกว่ามาก เมื่อเปลี่ยนสมรภูมิ (เป็นชนบทป่าเขา) ฝ่าย "เรา" อาวุธมากกว่า ก็ "กำจัด" อีกฝ่ายเหมือนกัน

อันที่จริง "กลไกรัฐ" จะต้องทำยังไง เป็นเรื่องที่ยัง "เปิด" นะ เราต้อง "กำจัดทิ้ง" ไหม? อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง แม้แต่การต่อสู้ยุคปัจจุบัน ที่ย้าย "สมรภูมิ" มาที่ในเมืองหมดแล้ว เมื่อถึงคราววิกฤติ ต้องมีการเผชิญหน้า "ขั้นสุดท้าย" จะออกมาในลักษณะใด ยังไม่แน่ชัด

สรุปแล้ว ไอเดียเรื่อง "เป็นอื่น" นี่อาจฟังดูดี แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เรื่องหรอก และที่สำคัญไม่ใช่สิ่งที่มองกันสมัยนั้นแน่ๆ ไม่ว่าฝ่ายไหน

#TheStructure

#TheStructureNews

#สมศักดิ์เจียมธีรสกุล #6ตุลา #ธรรมศาสตร์

2025/10/6 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงในประเทศไทย จากการวิเคราะห์ของ รศ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พบว่าฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาต่างก็มีการมองอีกฝ่ายเป็นศัตรูหรือ "อื่น" ซึ่งทำให้ความรุนแรงบานปลายจนเกิดเหตุการณ์สลดนี้ ในฐานะที่เคยศึกษาบทเรียนนี้และติดตามเรื่องราวมานาน ผมเห็นว่าความจริงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอาวุธมากกว่าสามารถเปลี่ยนสมรภูมิและผลลัพธ์ของเหตุการณ์ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่สมศักดิ์เน้นย้ำว่าฝ่ายซ้ายหากมีอาวุธก็อาจมีท่าทีรุนแรงไม่ต่างจากฝ่ายรัฐในตอนนั้น อีกทั้งทฤษฎี "ความเป็นอื่น" (Otherness) ที่นักวิชาการฝั่งซ้ายใช้ในการอธิบายเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ก็อาจไม่ใช่มุมมองที่แท้จริงของผู้คนในสมัยนั้น เพราะความเข้าใจและเจตนารมณ์ของแต่ละฝ่ายแตกต่างจากการตีความในปัจจุบันอย่างมาก ประสบการณ์และการติดตามเหตุการณ์นี้สอนให้เราเห็นความซับซ้อนของความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่สามารถลดทอนด้วยมุมมองเดียว การรู้จักมองเห็นบริบทและความเป็นมนุษย์ของกันและกัน จะช่วยให้เราเรียนรู้และป้องกันเหตุการณ์รุนแรงในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น การทำความเข้าใจเหตุการณ์ 6 ตุลาในแง่มุมต่าง ๆ โดยไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเดียว จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้สังคมไทยเดินหน้าพร้อมกับการสร้างสันติภาพและความปรองดองในระยะยาว

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ประกันคีย์แมน
ประกันคีย์แมน

มีความรู้ เป็น อาจารย์มหาลัย มีคุณวุฒิ รศ. แต่หนี 112 ใช่คนที่คงแก่เรียน แต่ไม่น่านับถือ เรียนมาไม่พัฒนาสมอง มองผิดเป็นชอบ มองต่างไม่ผิด ผิดที่ ไม่รู้คุณศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ🥺

รูปภาพของ pabm0dr5Quinn
pabm0dr5Quinn

แสดงว่ารู้สึกเฉยๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐ สังหารหมู่นักศึกษา! สรุปอาจารย์เป็นสลิ่มใช่ป่ะ ☺️