กอ.รมน.ประณามเหตุป่วนชายแดนใต้

วันที่ 8 ต.ค. 2568 — กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิด เผาทำลายกล้องวงจรปิด และลอบวางเพลิงรถตู้โดยสารหลายจุด แม้ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างความหวาดกลัวและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

พล.ต.ธรรมนูญ ไมสนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีบางกลุ่ม ที่มุ่งหวังสร้างความแตกแยกในสังคมและบั่นทอนสังคมพหุวัฒนธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่ชุมชนกำลังจัดกิจกรรมประเพณีชักพระ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและความสามัคคีในพื้นที่

ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ และทหาร เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

พล.ต.ธรรมนูญยังเตือนว่า ผู้ที่ให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการให้ที่พักพิง จัดหาเสบียง หรือช่วยเหลือในทางใด ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#TheStructure

#TheStructureNews

#กอรมน #ชายแดนใต้

2025/10/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ลอบวางระเบิด เผาทำลายกล้องวงจรปิด และลอบวางเพลิงรถตู้ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส นับเป็นความพยายามของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนและลดความเป็นหนึ่งเดียวในสังคมพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมประเพณีชักพระซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความสามัคคีในชุมชน เหตุการณ์ครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง ในทางความมั่นคง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจร่วมกับฝ่ายพลเรือนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งเร่งติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโทษของการสนับสนุนผู้ก่อเหตุที่อาจมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เช่น การให้ที่พักพิง หรือจัดหาเสบียง ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ถือว่ามีความผิดและมีโทษทั้งจำคุกและปรับ การสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ชายแดนใต้ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในชุมชน การตระหนักรู้ถึงภัยจากการกระทำรุนแรง และการไม่ให้ที่ยืนแก่กลุ่มผู้ต้องการสร้างความแตกแยก จะช่วยให้พื้นที่นี้กลับมาสงบสุขและรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าสืบไป