สืบเนื่องจากงาน 'ยกเครื่องประเทศไทย' ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 7 ต.ค.68 ได้เกิดคำถามว่าเพราะเหตุใด แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยซึ่งก็เป็นคนเจน(รุ่น)ใหม่

แต่ทำไมถึงเอาผู้อาวุโสของพรรคมายืนเรียงหน้าในแถวหน้าสุดของงานวันนั้น ทั้งที่แผงหน้าสุดของเวที ควรจะเป็นคนเจน(รุ่น)ใหม่ เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อควมพยายามในการรีแบรนด์พรรค

โดย ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวไว้ดังนี้

"โดยหลักการก็ควรจะเป็นเช่นนั้น แต่ปัญหาคือ Gen ใหม่ที่เป็นทีมของแพทองธารเนี้ยกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เป็นส่วนของการบริหารพรรคที่ทำให้พรรคมันมีปัญหา"

"โจทย์ยากของพรรคเพื่อไทยวันนี้ คือ คุณแพทองธาร อยากดัน GenY แล้ว GenY ที่มีบทบาทในการบริหารพรรคเนี่ย กลายเป็นบริหารไม่ดี บริหารแล้วสร้างปัญหาเยอะ บริหารแล้วทําให้พรรคแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ทีนี้เลยต้องแก้เกมด้วยการโชว์คนรุ่นอาวุโส

ทีนี้การโชว์คนรุ่นอาวุโสเนี่ย คนรุ่นใหม่เห็นก็จะคิดแบบว่า ท่านเหล่านี้คือรุ่นปู่แล้วนะ ผมไม่ได้ไม่ได้บูลลี่คนอายุมากนะครับ แต่เมื่อเป็นคนรุ่นปู่แล้วเนี่ย คนรุ่นหลังก็จะถามว่า อ้าว...ไหนบอกจะสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ยังไง?"

#TheStructure

#TheStructureNews

#พรรคเพื่อไทย #ศิโรตม์คล้ามไพบูลย์ #แพทองธาร

2025/10/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์การเมืองที่พรรคเพื่อไทยพยายามเปลี่ยนโฉมเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ จึงต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญในการบริหารงานและการจัดการคนรุ่นใหม่หรือ Gen Y ภายใต้การนำของแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งเป็นตัวแทนของเจนเนอเรชันใหม่ในพรรค ความเห็นของ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ได้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักเกิดจากความสามารถในการบริหารของทีม Gen Y ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานพรรค แต่กลับทำให้เกิดความขัดแย้งและแบ่งฝ่ายภายในพรรค ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคในการรีแบรนด์พรรคเพื่อไทย ดังนั้น การที่แพทองธารเลือกที่จะให้คนรุ่นอาวุโสซึ่งเป็นที่รู้จักและมีประสบการณ์มายืนแถวหน้าของงาน 'ยกเครื่องประเทศไทย' เป็นกลยุทธ์หนึ่งเพื่อแก้เกมและสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิกพรรครวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุน ทั้งนี้ การเลือกใช้คนรุ่นเก่าที่มีความน่าเชื่อถือช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการบริหารงานของคนรุ่นใหม่ และยังตอบโจทย์การรักษาความสมดุลภายในพรรคที่มีการแบ่งฝักฝ่ายกัน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้กลับสร้างคำถามในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตั้งความหวังว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงและสื่อสารกับคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง การที่เวทีหลักยังคงประกอบด้วยคนรุ่นอาวุโส อาจทำให้ภาพลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงลดน้อยลงและเกิดความสับสนในกลุ่มประชาชน ในมุมมองของผู้สนใจการเมือง การบริหารงานพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของแพทองธารจึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความท้าทายของคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดอำนาจและจัดการกับปัญหาภายในองค์กร รวมถึงความจำเป็นของการสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพและความกลมเกลียวเพื่อพัฒนาแนวนโยบายสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง