Automatically translated.View original post

Control 'together the powerful' before making Thailand at a disadvantage on the world stage.

Nutthong, the leader of the People's Party and the leader of the opposition in the House of Representatives, expressed concern for the case in which the famous "Gun Power," an influencer, took a sound to turn on ghosts and fighters on the Thai-Cambodian border, and screened a film in the middle of a period when Cambodians were in exile in Thailand.

Nutthong stated that while the intent of the public sector may be to help or reflect border problems, actions in martial law-declared areas like the Kaew Pool province may be seen as violating international law and directly psychologically affecting Cambodian civilians.

"The government must administer every help from the people, whoever it is, in a direction that elevates the country's strength, not disadvantages Thailand on the global stage," Nutthong said.

Natpong also questioned the role of the Prime Minister and Minister of Foreign Affairs in how to deal with the diplomatic impact of this case if the actions of the public sector were interpreted as being supported by the Thai state.

# TheStructure

# TheStructureNews

# Gun power # People's Party # Thai border, Cambodia

2025/10/14 Edited to

... Read moreเหตุการณ์ที่กัน จอมพลัง นำเครื่องเสียงไปเปิดเสียงเครื่องบินรบและเสียงผี พร้อมฉายภาพยนตร์กลางแปลงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างมากต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงของไทย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวคือเขตที่ประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งมีการควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ การเปิดเสียงที่มีลักษณะรบกวนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนฝั่งกัมพูชา และถูกตีความว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดทางการทูต และทำให้ไทยเสียเปรียบในเวทีโลก จากมุมมองของภาครัฐจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมและบริหารจัดการอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบทางลบที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศ นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวจากภาคประชาชน หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม อาจถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนจากรัฐไทย ทำให้รัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะบทบาทของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในการเจรจาและประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาบรรยากาศของความร่วมมือในภูมิภาค สำหรับประชาชนทั่วไปและนักกิจกรรมที่ต้องการสะท้อนปัญหาชายแดน ควรให้ความสำคัญกับการใช้วิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียหรือความเข้าใจผิดในทางลบ โดยเน้นการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจที่ดีระหว่างสองประเทศเท่านั้น การสนับสนุนหรือดำเนินกิจกรรมควรอยู่ในกรอบที่ถูกกฎหมายและมีความรับผิดชอบทางสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน