PTTEP ส่งรายได้เข้ารัฐ 4.3 หมื่นล้าน

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. รายงานผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 220,503 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 42,761 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายเฉลี่ย 499,925 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลก

ในช่วงเดียวกัน ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 43,700 ล้านบาท ทั้งในรูปภาษี ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลผลิตจากโครงการ G1/61 และ G2/61 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC)

ด้านการลงทุน นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าถือหุ้นร้อยละ 50 ในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติสำคัญของภาคใต้ โดยมีอัตราการผลิตรวม 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าประเทศไทยราวครึ่งหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ในแอฟริกา ปตท.สผ. ได้ซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการแอลจีเรีย ทูอัท เสร็จสมบูรณ์ ส่งผลให้มีสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมร้อยละ 22.1 โดยโครงการมีกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติ 435 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และมีศักยภาพขยายกำลังผลิตในอนาคต

สำหรับในประเทศ บริษัทได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ที่แหล่งอาทิตย์ ซึ่งจะสามารถอัดกลับ CO₂ ได้สูงสุด 1 ล้านตันต่อปี เริ่มดำเนินการได้ในปี 2571 โดยไม่กระทบต่อการผลิตก๊าซธรรมชาติ พร้อมวางเป้าเป็นต้นแบบพัฒนา CCS ในพื้นที่อื่นของไทย รวมถึงอ่าวไทยตอนบน

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สนับสนุนทุนวิจัยด้าน CCS ให้กับ 9 โครงการจาก 7 สถาบันชั้นนำ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของกิจกรรม CCS

สำหรับแผนต่อไป บริษัทเตรียมเร่งตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในหลายโครงการต่างประเทศ อาทิ โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ ระยะที่สอง โครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 และโครงการสำรวจในมาเลเซียที่พบแหล่งปิโตรเลียมแล้ว เพื่อเสริมกำลังการผลิตและสร้างการเติบโตระยะยาว

#TheStructure

#TheStructureNews

#PTTEP #CCS #ก๊าซธรรมชาติ

2025/10/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยในปัจจุบัน นอกจากรายได้ที่บริษัทนำส่งให้กับรัฐหลายหมื่นล้านบาทในรูปแบบภาษี ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลผลิตแล้ว PTTEP ยังมีแผนการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ โดยในส่วนของการลงทุนในโครงการต่างประเทศ เช่น โครงการพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติสำคัญของภาคใต้ที่ผลิตได้ประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน PTTEP ถือหุ้น 50% และยังขยายการลงทุนในทวีปแอฟริกา ผ่านการซื้อหุ้นในโครงการแอลจีเรีย ทูอัท ที่มีศักยภาพผลิตก๊าซธรรมชาติ 435 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของ PTTEP ในการสร้างฐานธุรกิจพลังงานที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ PTTEP ให้ความสำคัญคือ โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CCS ที่แหล่งอาทิตย์ในประเทศไทย โครงการนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึง 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งที่ตรงกับแนวนโยบายลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ PTTEP ยังร่วมมือกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อสนับสนุนทุนวิจัยด้าน CCS จากหลายสถาบันชั้นนำในประเทศ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและองค์ความรู้ที่จำเป็นตลอดโซ่คุณค่าของกิจกรรม CCS แผนการลงทุนในอนาคตยังรวมถึงโครงการอื่นในแอลจีเรีย ระยะที่สอง โครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 รวมถึงโครงการสำรวจในมาเลเซียที่พบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว ด้วยการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมการนำส่งรายได้เข้ารัฐในรูปแบบต่าง ๆ PTTEP จึงเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยและรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืนในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างเข้มข้น

ค้นหา ·
ที่เรียนพิเศษสำหรับ tgat and tpat