ดราม่ากันจอมพลัง สะท้อนกองทัพไทยไม่พร้อมรบ
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคง ให้ความเห็นต่อกรณีดรามา “กัน จอมพลัง” เปิดรับบริจาคยุทโธปกรณ์ว่า เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความไม่พร้อมของกองทัพไทยตั้งแต่วันแรกของการปะทะ
ดร.ปณิธานระบุว่า งบประมาณกลาโหมปีละแสนล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 70–80% ใช้ไปกับค่าตอบแทน สวัสดิการ และเชื้อเพลิง ขณะที่งบสำหรับการจัดซื้อยุทโธป กรณ์และการฝึกซ้อม “แทบไม่มีเลย” การต้องพึ่งพาการบริจาคจึงสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ควรเกิดขึ้น
เขายังชี้ว่า ไทยไม่มีแผนรองรับทั้งด้านการส่งกำลังบำรุง การเจรจากับมหาอำนาจ หรือการกดดันนานาชาติไม่ให้ส่งอาวุธให้กัมพูชา ทำให้ไม่สามารถยึดพื้นที่กลับคืนได้ทั้งหมด และไม่อาจตอบได้ว่าไทย “ชนะหรือยัง”
ดร.ปณิธานย้ำว่า การถอนอาวุธหนักของกัมพูชายังเป็นตัวแปรสำคัญ หากยังคงมีจรวดหรืออาวุธยิงวิถีโค้ง ไทยก็ยังเผชิญภัยคุกคามต่อไป พร้อมเปรียบเทียบว่า กัมพูชามีเอกภาพทางการเมืองและการทหารมากกว่าไทย ขณะที่ระบบราชการไทยเต็มไปด้วยขั้นตอนซับซ้อน ทำให้เสียเปรียบในเชิงปฏิบัติ
















































เพราะเรื่องเยอะ เงื่อนไขแยะ เวลามีเหตุฉุกเฉินเยิกไรก็ไม่ได้ ทำไมไม่ทำงบฉุกเฉินไว้หล่ะ เวลาเกิดเหตุไม่คาดคิด ก็เอาออกมาให้ได้เลย นี่อะไร อาวุธไม่พร้อมอะไรไม่คบ ขอเบิกงบ ให้รอ4เดือน พ่อมรึงตาย ยืนประจัญหน้ายิงกันสนั่น ใครพร้อมก่วารอด ใครไม่พร้อมตุยขนาดนี้ยังบอกให้รอ นี่หรือระบบกองทัพ🥺