ทหารไทยเหยียบกับระเบิดกัมพูชา

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.30 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารีว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารเหยียบทุ่นระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทางในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ

1. จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 162 ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ข้อเท้าขวาขาด

2. พลทหารวชิระ พันธนา ได้รับแรงอัดจากระเบิด มีอาการแน่นหน้าอก

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่โดยใช้อากาศยาน ส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พื้นที่เกิดเหตุอยู่บริเวณตรงข้ามปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นเขตชายแดนที่มีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดตกค้าง โดยกองทัพบกอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานเหตุการณ์จากกองทัพบกแล้ว โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรู้สึกห่วงใยและไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมพิจารณาดำเนินการส่งหนังสือประท้วงไปยังคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) โดยย้ำว่าจะต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด

นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างเต็มความสามารถ พร้อมส่งกำลังใจถึงเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน และขอให้มีการรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

#TheStructure

#TheStructureNews

#ชายแดนไทยกัมพูชา #เหยียบกับระเบิด #ห้วยตามาเรีย

2025/11/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นตัวอย่างชัดเจนของอันตรายที่ยังคงอยู่ตามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งจากเหตุการณ์ทุ่นระเบิดตกค้างที่ยังไม่ได้รับการเก็บกวาดอย่างครบถ้วน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ ทุ่นระเบิดมักถูกวางไว้ในเขตชายแดนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอดีตส่งผลให้บางพื้นที่กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูง ดังเช่นบริเวณตรงข้ามปราสาทพระวิหาร ซึ่งถือเป็นพื้นที่มีประวัติการขัดแย้งเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา การลาดตระเวนตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากทุ่นระเบิดที่ยังไม่ได้ถูกทำลาย ในกรณีนี้ ผู้บาดเจ็บสองนาย ได้แก่ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ประสบอุบัติเหตุหนักจนข้อเท้าขวาขาด และ พลทหารวชิระ พันธนา ได้รับแรงระเบิดจนมีอาการแน่นหน้าอก ซึ่งได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยหน่วยงานเกี่ยวข้องยังคงดำเนินการตรวจสอบสภาพพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนปฏิบัติการกำจัดทุ่นระเบิดในอนาคต การตอบสนองของรัฐบาลและกองทัพ หลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและครอบคลุม โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการส่งหนังสือประท้วงไปยังคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์และขอให้ดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเร่งรัดให้การกำจัดทุ่นระเบิดในชายแดนเป็นไปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการสูญเสียของเจ้าหน้าที่และประชาชน รวมถึงการพัฒนามาตรการป้องกันและการรับมือเมื่อเกิดเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ การสร้างความรู้และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในพื้นที่เสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญและควรได้รับการเน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเขตอันตรายและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจมีทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ควรได้รับความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากทุ่นระเบิดและวิธีปฏิบัติตัวเมื่อต้องพบเจอในกรณีฉุกเฉิน จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เราได้เห็นความเสี่ยงของทหารไทยและความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนชายแดนที่เต็มไปด้วยภัยจากทุ่นระเบิด ซึ่งพร้อมที่จะให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของพวกเขา เพื่อให้เกิดความมั่นคงและปลอดภัยในพื้นที่ต่อไป