สืบเนื่องจากกรณีที่มี ช่อ-พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ และโฆษกคณะก้าวหน้า ซึ่งให้สัมภาษณ์ช่อง 7HD รายการ "ถกไม่เถียง" วันที่ 14 พ.ย.2568 โดยเป็นการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและกองทัพว่า "ไม่มีแผนการรบมาชี้แจง" ให้ประชาชนทราบ
"คำถามคือ ถ้าจะรบ ไหนแผนในการเตรียมความพร้อมการรบ? รบเบ็ดเสร็จให้จบๆ ไป จะรบถึงไหน รบถึงพนมดงรัก? หรือรบถึงพนมเปญไหม?
รบเสร็จทำยังไง จับฮุนเซน ฮุนมาเน็ต ฮุนมานี บุญรานี ตัดหัวเหรอ? แล้วยังไงต่อ แล้วเราสถาปนาใครสักคนขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีเขาไหม? หรือเราจะตั้งเจ้ามณฑลไปปกครองกัมพูชาเลยไหม? เราจะสถาปนากัมพูชาเป็นจังหวัดที่ 78 เลยไหม? ผนวกรวมเหมือนสมัย จอมพล ป.เหรอ?
คือคนที่บอกว่ารบไปเลยแล้วจะได้จบ มันจบที่ยังไง?"
บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้ถูกวิจารณ์โดยทหารแนวหน้าว่า "ทหารเขามีแผนการรบอยู่แล้ว เขาคงจะมาบอกมึงหรอก เพราะมันเป็นความลับทางการทหาร"
ซึ่งทำให้เกิดกระแสในหมู่ชาวโซเชียลมีเดีย ที่แห่กันออกมาวิจารณ์คำพูดของช่อตามทหารคนดังกล่าวกันอย่างกว้างขวาง
ล่าสุด ดัง-พันกร บุณยะจินดา นักร้องชื่อดังได้ออกมาโพสต์ข้อความ (19 ธ.ค.2568) ระบุว่า "ฉ้อ 🤫 🤏🤐" พร้อมภาพพื้นหลังสีส้ม ซึ่งชาวโซเชียลต่างเข้าใจทันทีว่า ดังกำลังพูดถึง ช่อ-พรรณิการณ์ นอกจากนี้ดังยังได้เขียนต่อในคอมเมนต์ว่า "หยุดพูด = ช่วยชาติ" "รายการก็ขยันเชิญจัง"
บทสัมภาษณ์ของช่อ-พรรณิการ์ ที่ตั้งคำถามถึงแผนการรบและความชัดเจนของรัฐบาลในเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองและการทหาร ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในแง่ของการขาดการสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสจากภาครัฐต่อประชาชน ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในทิศทางและเป้าหมายที่แท้จริงของการดำเนินนโยบายด้านความมั่นคง คำถามที่ช่อหยิบยกมาถึงการรบ รวมถึงพื้นที่เป้าหมายและผลลัพธ์หลังจากความขัดแย้งจบลง เช่น การจัดการกับผู้นำของอีกฝ่ายและแผนในการปกครองหลังการสู้รบ เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นภาพรวมและแผนการที่ชัดเจน รวมทั้งความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทางฝั่งทหารเองก็ได้ตอบโต้ว่ามีแผนการรบอยู่แล้ว แต่เป็นข้อมูลลับทางการทหาร ที่ไม่เหมาะสมจะเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างความต้องการของประชาชนกับข้อจำกัดด้านความลับทางการทหาร นอกจากนั้น การแสดงความคิดเห็นของนักร้องดัง ดัง-พันกร ที่โพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่า "ฉ้อ" และ "หยุดพูด = ช่วยชาติ" ก็เป็นปฏิกิริยาที่สะท้อนความรู้สึกและความคิดของคนในวงการบันเทิงต่อประเด็นนี้ และยิ่งกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงในสังคมออนไลน์มากขึ้น สำหรับผู้ติดตามสถานการณ์ การติดตามข่าวสารและความคิดเห็นจากหลากหลายฝ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเข้าใจภาพรวมของเหตุการณ์และความขัดแย้ง พร้อมทั้งการคิดวิเคราะห์ถึงผลกระทบและทางออกที่เป็นไปได้ที่สุดที่ไม่ละเลยสิทธิเสรีภาพและความสงบสุขของทุกฝ่าย ในช่วงเวลาที่สังคมเต็มไปด้วยความตึงเครียด แนวทางการสื่อสารที่โปร่งใสและการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้มีอำนาจและประชาชน จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในระยะยาว


ก่อนที่จะบอกให้เขาหยุดพูดช่วยชาติช่วยบอกคนที่มันโกงให้หยุดโกงช่วยชาติจะดีกว่านะ😂😂