ถามศุภจี-เอกนิติ ทำไมไม่เขียนหลายนโยบายส่ง กกต. ‘กรณ์’ ชี้นโยบายเยอะแล้ว ‘ทำได้หรือไม่’ นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การไม่เสนอนโยบายเลยนั่นยิ่งน่าเป็นห่วงใช่หรือไม่?
ภายหลังจากการดีเบตบนเวทีของนายอภสิทธิ์ และ ศุภจี ที่รายแรกตั้งคำถามถึงนโยบายพรรคภูมิใจไทยว่าทำไมเขียนส่ง กกต.น้อยเหลือเกิน มีแค่ 8 ข้อ ขณะที่ของพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์มีตั้ง 200 กว่าข้อ แล้วแบบนี้จะไว้ใจได้อย่างไร ก่อนจะโดนศุภจีสวนกลับว่า เขียนนโยบายเป็นร้อยข้อไม่สำคัญว่าทำได้หรือไม่
ก่อนที่ภายหลัง วรกร จาติกวณิช ภรรยาของนายกรณ์ จาติกวณิช หนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ จะออกมาอัด 'ศุภจี' (5 ก.พ.2569) โดยระบุ ศุภจีทำนโยบายพรรคเหมือนเด็ก ป.3 แถมตอบคำถามไม่ตรงจุดที่อภิสิทธิ์ถาม เพราะตัวเองไม่เข้าใจคำถาม พร้อมแขวะทิ้งท้าย ส่งงานมาแค่นี้คิดจะเสนอตัวมาบริหารประเทศหรือ?
และล่าสุด นาย กรณ์ จาติกวณิช เองโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก (6 ก.พ.2569) ตั้งคำถามสำทับเช่นเดียวกับภรรยาของตน โดยระบุว่า
"จากเวทีดีเบทช่อง 3 เมื่อคืนนี้ ที่คุณอภิสิทธิ์ตั้งประเด็นถามคุณศุภจีว่า ในเมื่อนโยบายต่างๆ ที่คุณศุภจีกล่าวว่าจะทำ มันไม่ปรากฏในเอกสารนโยบายที่ภูมิใจไทยยื่นกับ กกต. (ซึ่งที่ยื่นมีเพียง แค่ 8 ข้อตามเอกสารในภาพ) จึงมีความกังวลว่าเชื่อได้แค่ไหนว่าจะทำจริงตามที่พูด
สำหรับผม ประเด็นนี้สำคัญ เราไม่ต้องอ้างเรื่องกฎหมาย แต่พูดกันเพียงแค่เรื่องแนวการบริหารประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยกับผมว่าทุกเรื่องสำคัญที่พรรคการเมืองตั้งใจจะทำควรมีแผนนโยบายที่ผ่านการกรอง การประเมิน และมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
ที่คุณศุภจีตอบว่า การมีนโยบาย 200 ข้อ สุดท้ายที่สำคัญคือทำได้จริงหรือไม่นั้นไม่ผิด
แต่ประเด็นทำได้หรือไม่นั้นเรื่องหนึ่ง แต่การไม่เสนอนโยบายเลยนั่นยิ่งน่าเป็นห่วงไหมครับ?
สุดท้าย ผมมีคำถามกับคุณเอกนิติและคุณศุภจีเพียงข้อเดียว
ในฐานะสองหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทำไมนโยบายของพรรคจึงมีเพียง 8 ข้อ โดยไม่มีนโยบายที่พรรคท่านหาเสียงในหลา ยเวที ไม่ว่าจะเป็น Land Bridge, สนามบินอันดามัน, ถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ หรือโครงการขยายคลอง ร.1 และอีกหลายนโยบาย
คำถามนี้สำคัญครับ ท่านเป็นพรรคที่วางตัวเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ท่านควรจะมีคำตอบให้สังคม"
จากกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช ตั้งคำถามถึงการยื่นนโยบายพรรคภูมิใจไทยต่อ กกต. ซึ่งมีเพียง 8 ข้อ เทียบกับพรรคอื่นที่ยื่นมากกว่าสองร้อยข้อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับความชัดเจนของนโยบายพรรคภูมิใจไทยในการหาเสียงและความเชื่อมั่นต่อการดำเนินการจริง ในฐานะผู้ที่ติดตามการเมืองและการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ผมเห็นว่าสถานการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการมีนโยบายที่ชัดเจนและครบถ้วนซึ่งพรรคการเมืองควรต้องนำเสนอในทุกรายละเอียด ทั้งเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าแต่ละพรรคมีวิสัยทัศน์และแนวทางขับเคลื่อนประเทศอย่างไร รวมถึงเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสต่อสาธารณะ การมีเพียง 8 ข้อนโยบายอาจทำให้เสี่ยงต่อความเข้าใจผิดว่าพรรคไม่มีแผนงานครบถ้วนหรือมุ่งเน้นนโยบายที่มีความเป็นไปได้สูงในการปฏิบัติจริง แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดคำถามว่านโยบายหาเสียงที่เคยนำเสนอต่อสาธารณะเช่น Land Bridge, สนามบินอันดามัน, ถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ หรือโครงการขยายคลอง ระดับ R.1 นั้นถูกละเลยหรือมีแผนรองรับอย่างไร จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเชื่อว่าการที่พรรคการเมืองมีนโยบายจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะทำได้ทุกอย่างจริง ๆ แต่สิ่งสำคัญคือ การเปิดเผยนโยบายที่ผ่านการวางแผนและประเมินอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและสอบถามความก้าวหน้าได้อย่างโปร่งใส ผู้บริหารพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ควรใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารอย่างจริงใจกับประชาชน เพื่ออธิบายว่าทำไมจำนวนนโยบายถึงน้อยและวิธีการที่จะนำไปสู่การทำให้สำเร็จจริงในทางปฏิบัติ พร้อมยืนยันถึงความตั้งใจและความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาโดยใช้กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสร้างบรรยากาศการเมืองในภาพรวมที่เข้มแข็งขึ้น ท้ายที่สุด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกตั้งอย่างมีสติและเป็นธรรม ซึ่งความโปร่งใสของนโยบายและการบริหารจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

🧡🧡🙄