พรรคส้มอ่วม! ทนายความและอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรค ออกมาซัด กรณีพรรคส่งคนมีคดีความข่มขืนลงสมัคร สส.มหาสารคาม ซ้ำสองรอบ ก่อนโดนสั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน ชี้ทักท้วงแล้วทั้งปี 66 และ 69 แต่พรรคก็ไม่สนใจ
นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ซึ่งเป็นทั้งอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล และทนายความจากเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (กลุ่มทนายที่ต่อสู ้ให้นักกิจกรรมการเมืองและผู้กระทำผิด ม.112)
ได้ออกมาโพสต์ข้อความ (18 ก.พ.69) ถึง 'คดีข่มขืนกระทำชำเรา' ของผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษา ของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน (ไม่รอการลงโทษ)
"ผมรู้ว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่เกิดเหตุมา โจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ต้องผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมากมายขนาดไหน ทั้งจากความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ และจากความผิดหวังที่คำพิพากษา ของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ไม่เป็นใจ แต่โจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว และสุดท้ายจำเลยก็ได้รับผลอย่างที่เขาควรได้รับแล้วนะครับ"
---
หลังจากนั้นมีกระแสต่อว่านายภัทรพงษ์ จา กผู้สนับสนุนพรรคประชาชนเป็นจำนวนมาก จนทำให้ล่าสุดเจ้าตัวออกมาขยับและบอกว่า เรื่องนี้เคยแจ้งพรรคตั้งแต่ปี 2566 และในปี 2569 แล้ว แต่พรรคก็ไม่สนใจ สุดท้ายฝากไว้ว่า ตนทำร้ายพรรคหรือพรรคทำร้ายตนเองกันแน่
"เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ผมแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าไปทำงานช่วยพรรคก้าวไกล (ประมาณปี 2566) เรื่อยมาจนถึงตอนประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาชน (2569) ผมก็ได้ท้วงติงพรรคถึงเรื่องความเหมาะสมของตัวผู้สมัครคนนี้ไปหลายครั้ง ซึ่งพรรคได้รับรู้แล้วอย่างแน่นอน
โดยผมเข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคนำมาใช้กับกรณีนี้ คือ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งถูกต้องในมุมของกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์จนกว่า จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้กระทำความผิดจริง และตัวผมเองเข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคในกรณีนี้เลยคือ ทำไมพรรคถึงคิดว่าบุคคลคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการสมัคร ส.ส.เขต 1 ใน 400 คน ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในสภา เพราะไม่ว่าผลคดี ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงก็เห็นได้ชัดจากทั้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วว่า จำเลยเองก็เบิกความรับว่าไปมีอะไรกับผู้เสียหายซึ่งเป็นนักร้องในสังกัดของตัวเองจริง และผู้เสียหายก็มีคนไปพาหนีออกมาจากต่างประเทศจริง ทั้งยังมีการพาไปแจ้งความที่ต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ
โดยหากยึดตามมาตรฐานเดียวก ันกับกรณีที่พรรคเคยขับ ส.ส. ออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศแล้ว ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรคก้าลไกลนครราชสีมา เมื่อปี 2566 คิดว่าแม้ในเวลานั้นจำเลยจะยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่จำเลยก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้สมัครเช่นกัน แต่พรรคกลับเลือกที่จะส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัคร ส.ส. ถึง 2 ครั้ง (เข้าใจว่าเคยส่งลงท้องถิ่นด้วย)
สุดท้ายนี้ ถ้าใครจะกล่าวว่าผมพยายามโพสต์พาดพิงเพื่อทำร้ายพรรค ผมก็ขอน้อมรับ แต่อยากให้ท่านทั้งหลายกลับไปคิดสักนิดว่า แท้จริงแล้วเป็นโพสต์ของผมที่ทำร้ายพรรคหรือเป็นพรรคที่กำลังทำร้ายตัวเอง"







































































พฤติกรรมแบบนี้ จะต่างอะไรกับการหลอกลวง ปชชไปวันๆ ไหนบอกไม่มีเทา เราคัดกรองอย่างดี นี่คดีติดตัวนะ