วิเคราะห์แนวรบสหรัฐฯ-อิหร่าน: เมื่อเจรจาถึงทางตัน อิหร่านเลือกสู้สุดตัว หวั่นบานปลายสู่สงครามก่อการร้าย-นิวเคลียร์

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้วิเคราะห์เจาะลึกถึงสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านพังทลายลง จนนำไปสู่การปะทะกันในที่สุด

รศ.ดร.ปณิธาน ชี้ให้เห็นว่า แม้สหรัฐฯ จะพยายามยื่นข้อเสนอในการเจรจา แต่อิหร่านมองว่าเงื่อนไขเหล่านั้นล่อแหลมต่อความอยู่รอดปลอดภัยของชาติ โดยเฉพาะการกดดันให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็น "สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง" เช่นเดียวกับโมเดลของเกาหลีเหนือที่ใช้ความสำเร็จด้านนิวเคลียร์เป็นเกราะคุ้มกันประเทศ

"เกาหลีเหนือเนี่ยสำหรับอเมริกาเป็นปีศาจที่คุยได้ แต่อิหร่านเป็นปีศาจที่คุยแล้วคุยไม่ได้ เพราะเขาชัดเจนว่าเขาไม่ยอม เขาทำถูกต้อง เขามีผู้นำทางศาสนาและจิตวิญญาณ ซึ่งมีฐานความศรัทธาสูงมาก" รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว

นอกจากนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อิหร่านตัดสินใจตอบโต้ คือท่าทีของสหรัฐฯ ที่แข็งกร้าวในลักษณะยื่นคำขาด โดยในการเจรจา สหรัฐฯ ได้ส่งผู้บัญชาการระดับสูงทางการทหารเข้าร่วมโต๊ะเจรจาด้วย ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

"อเมริกันเอา Admiral Cooper คนที่ถือปืน ผู้บัญชาการกองกำลังกลาง ไปนั่งอยู่ที่โต๊ะเจรจาด้วย ไม่เคยมีมาก่อน... เขายื่นคำขาดแล้วว่าไม่ทำยังงี้ ก็รบกันเลย ซึ่งอิหร่านก็ตัดสินใจรบเลย เพราะว่าถ้าถอยก็ตาย"

รศ.ดร.ปณิธาน ยังได้ประเมินฉากทัศน์ในอนาคตว่า แม้อิหร่านจะอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอและรู้ดีว่าไม่สามารถต่อกรด้วยกำลังทหารแบบแผนได้ แต่ความเด็ดเดี่ยวและไม่ยอมจำนนจะทำให้อิหร่านหันไปใช้ยุทธศาสตร์อื่น ซึ่งน่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับความมั่นคงในภูมิภาค

"เขาประเมินแล้วว่าสู้ไม่ไหวก็จริง แต่ว่าเขาก็ไม่ยอม และอาจจะลงทำสงครามตลอดกาล ก็คือสงครามก่อการร้ายเลย และเขามีตัวแทนขึ้นมาตลอด... ถ้าหยุดไม่ได้ มันก็จะไหลไปสู่สงครามภูมิภาค สงครามตัวแทน แล้วเมื่อมหาอำนาจเข้ามา ก็จบเลย"

รศ.ดร.ปณิธาน ยังได้ทิ้งท้ายถึงความน่ากังวลของการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์รอบใหม่ โดยเฉพาะการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ปลดล็อกสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ และมีนโยบายฟื้นการทดลองและสร้างหัวรบนิวเคลียร์อานุภาพทำลายล้างสูงขนาดกว่า 100,000 กิโลตัน เพื่อป้องปรามมหาอำนาจคู่แข่งอย่างรัสเซีย ซึ่งหากความขัดแย้งลุกลามจนควบคุมไม่ได้ โลกอาจต้องเผชิญกับวิกฤตที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้ในที่สุด

#TheStructure

#TheStructureNews

#อิสราเอล #อิหร่าน #โดนัลด์ทรัมป์

3/3 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ติดตามและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าพื้นฐานของความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของวิถีชีวิต ความเชื่อ และความมั่นคงของชาติอย่างลึกซึ้ง อิหร่านมีความเชื่อมโยงกับผู้นำทางศาสนาอย่างแน่นแฟ้นซึ่งมีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจด้านนโยบายประเทศ นอกจากนี้ ประกอบกับการที่อิหร่านมองโครงการนิวเคลียร์เป็น 'สิทธิชอบธรรม' ในการป้องกันตัว ซึ่งทำให้ข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่เน้นยกเลิกหรือจำกัดโครงการนี้ถูกมองว่าเป็นการคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ การที่สหรัฐฯ ส่งผู้บัญชาการทหารระดับสูงเข้าร่วมโต๊ะเจรจาและยื่นคำขาดนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณทางการทูต แต่เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะบีบให้อิหร่านต้องยอมถอย อย่างไรก็ตาม อิหร่านที่ประเมินแล้วว่าถ้าถอยออกไปหมายถึงความเสี่ยงถึงชีวิตและอธิปไตย จึงตัดสินใจเลือกสู้ ทั้งในรูปแบบของสงครามก่อการร้ายที่สนับสนุนโดยตัวแทนในภูมิภาค และการเตรียมต่อสู้ในระยะยาวที่อาจไม่หยุดนิ่ง ในฐานะคนที่ติดตามสถานการณ์นี้มาโดยตลอด ฉันเห็นว่าการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์โดยมหาอำนาจ เช่น การปลดล็อกสนธิสัญญาและการพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์รุ่นใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ภายใต้ยุคของทรัมป์ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและมีโอกาสที่จะบานปลายเป็นวิกฤตการณ์ที่ยากจะควบคุมได้ในระดับนานาชาติ การเข้าใจมุมมองและจุดยืนของอิหร่านในเรื่องนี้ช่วยให้เราเห็นว่าการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาทางการทูตจำเป็นต้องใช้ความละเอียดอ่อนและการสร้างความเชื่อใจระหว่างกัน การเปลี่ยนนโยบายที่มีแต่คำขาดในเชิงบังคับใช่อย่างเดียวนั้นไม่ได้ผล และอาจผลักดันให้ความขัดแย้งลุกลามและถึงขั้นลุกเป็นไฟสงครามก่อการร้ายในภูมิภาค ท้ายที่สุดแล้ว การเฝ้าระวังและการเจรจายังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง การเข้าใจถึงความซับซ้อนทางการเมืองและความมั่นคงที่แฝงอยู่ในความขัดแย้งนี้จะช่วยให้เราประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ รวมทั้งสนับสนุนแนวทางที่มุ่งสู่สันติภาพมากกว่าความรุนแรง

6 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ตาแย๋ม
ตาแย๋ม

สหรัฐผู้ก่อการร้ายโลก👍

รูปภาพของ krit
krit

ใครกันแน่ ที่เป็นปีศาจแถมยังมีหัวพญานาคซะด้วย

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม