กลายเป็นประเด็นปะทะคารมกันในพรรคประชาชนด้วยกันเอง เมื่อ นายกเฮง วีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน พรรคประชาชน ได้พูดกับ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก อดีต สส.พรรคประชาชน และทีมงานผู้จัดรายการ Friend Talk
"เดี๋ยวจะให้คนขับรถส่งทีมงานไปเชียงใหม่ใช่ไหมครับ ให้ขับเส้นข้างทางรถไฟนะ แล้วมันจะบอกได้ว่า ตรงไหนสิ้นสุดทางลำพูน ถ้าแสงสว่างหมดตรงไหน อันนั้นแหละเข้าเขตเชียงใหม่ละ"
"รู้ไว้นะครับ สิ้นสุดเขตลำพูนเมื่อไหร่ หมดไฟตรงไหนเส้นข้างทางรถไฟน่ะ เข้าเขตเชียงใหม่ละ ก็ถ้า อบจ.เชียงใหม่ เขาจะทำต่อก็ไม่ว่ากันนะ"
จนเดือดร้อนถึง บี-กรรณิการ์ ลือชา สมาชิก อบจ.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ต้องออกมาตอบโต้พร้อมนำวิดีโอหลักฐานมาแสดงให้ดูว่า ที่นายกเฮง อ้างว่า "เข้าเขตเชียงใหม่แล้วมันมืด" แท้ที่จริงมันยังอยู่ใน "เขตลำพูน" ต่างหาก
โดยจุดนั้นเป็นระยะ 400 เมตร ก่อนเข้าเขตเชียงใหม่ ขณะที่เขตของ อบจ.เชียงใหม่นั้น จะมีป้ายกำกับไว้ชัดเจน และมีเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ต้นแรก ที่ อบจ.เชียงใหม่ทำไว้ตั้งแต่ 2567
"ป้ายนี้คือเขตที่บอกว่าเข้าเขตจังหวัดเชียงใหม่ อบจ.ติดเสาไฟต้นแรก หลังป้ายเขตแดนจังหวัดเชียงใหม่เลยคือต้นนี้ แล้วก็ติดยาวไปเลยนะคะ
ส่วนลำพูน ตั้งแต่แนวนี้เข้าไป เป็นบริเวณที่มีปัญหา คือช่วงนี้แหละ 400 เมตรที่นายกเฮงพูด แต่พอดูจริงๆ แล้ว ก็เป็น 'เขตลำพูน' นะคะ ป้ายสุดแนวเขตมีกันอยู่เนาะ
แล้วก็ได้คุยกับนายกเฮงเมื่อคืนนะคะ ว่าเป็นยังไง แกก็บอกว่ามันเป็นช่วง 400 เมตรหลังดูโฮมนี่แหละ แล้วก็บริเวณตรงเนี้ย กองช่างของแกสำรวจ พลาดไปนิดนึง เขาหดเว้นระยะไป แล้วเขาเข้าใจผิด แต่ว่านายกเฮงเนี่ย มัวแต่ยุ่งกับเรื่องไฟป่านะคะ เลยยังไม่มีเวลาโพสต์แก้เนาะ เพราะฉะนั้นทุกคนก็เคลียร์เข้าใจกันแล้วเนาะ ว่ามันเป็นอย่างงี้"
จากประสบการณ์ของผมเองที่อยู่ในพื้นที่ระหว่างลำพูนและเชียงใหม่ ทำให้เห็นภาพรวมของเรื่องเขตแดนนี้ชัดขึ้นมาก การอ้างว่าเส้นข้างทางรถไฟและแสงไฟดับเป็นเส้นแบ่งจังหวัดถือเป็นความเข้าใจที่ง่ายเกินไป เพราะในความจริง การกำหนดเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ.) จะมีป้ายแสดงเขตแดนอย่างชัดเจนตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนดไว้ หากไม่มีการติดตั้งป้ายหรือสิ่งบ่งชี้อย่างชัดเจน อาจทำให้เกิดความสับสนเรื่องเขตแดนเหมือนที่เกิดขึ้นนี้ ช่วงพื้นที่ 400 เมตรที่นายกเฮงอ้างถึงว่า "หมดไฟ" นั้น เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตลำพูนจริง และยังไม่มีการติดตั้งเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์จาก อบจ.เชียงใหม่ เนื่องจากยังไม่ถึงขอบเขตทางการปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งป้ายและเสาไฟต้นแรกจะถูกติดตั้งหลังจากผ่านเขตแดนจังหวัดเชียงใหม่ไปแล้วตามข้อมูลที่ บี-กรรณิการ์ ลือชา อ้างอิงไว้ ในมุมมองของชาวบ้าน การแยกระหว่างเขตลำพูนและเชียงใหม่ที่ดูเพียงแสงไฟหรือเส้นทางรถไฟอาจดูไม่เหมาะสมเท่าไร เพราะระบบปกครองและบริการสาธารณะต่างๆ ต้องอิงตามเขตแดนที่ถูกกำหนดทางราชการ พร้อมทั้งต้องใช้ป้ายและเอกสารประกอบเพื่อเข้าถึงบริการของอบจ.แต่ละแห่งด้วย จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เกี่ยวข้อง พบว่าการเข้าใจผิดในเรื่องนี้เป็นเพียงการคลาดเคลื่อนเล็กน้อยของกองช่าง อบจ.ลำพูน ซึ่งอาจเกิดจากการสำรวจพื้นที่ไม่ครบถ้วนหรือเว้นระยะพลาดไปบ้าง แต่นายก อบจ.ลำพูนเองก็มีภาระงานเกี่ยวกับประเด็นไฟป่าที่ต้องดูแลอย่างเร่งด่วน จึงยังไม่มีเวลาออกมาแก้ไขข้อมูลอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการมีข้อมูลเขตแดนที่ถูกต้องและการประสานงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อป้องกันความสับสนและข้อพิพาทในอนาคต รวมถึงช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับบริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากขึ้น สุดท้าย ขอแนะนำว่าหากมีการเดินทางหรือดำเนินธุระบริเวณชายแดนลำพูน-เชียงใหม่ ควรตรวจสอบข้อมูลพื้นที่และสัญลักษณ์เขตแดนอย่างละเอียด รวมถึงติดตามข่าวสารจาก อบจ.ทั้งสองจังหวัด เพื่อความถูกต้องและเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว
