สหรัฐอเมริกาประกาศปรับปรุงเงื่อนไขการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มี.ค.) โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้เกิดการลงทุนและขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมัน รวมถึงการส่งออกปุ๋ย ความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์นี้เกิดขึ้นในสภาวะที่ราคาพลังงานโลกกำลังทะยานสูงขึ้น ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่พุ่งเป้าโจมตีอิหร่าน
สำนักงานควบคุมทรัพย์ สินในต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศออกใบอนุญาตทั่วไป (General Licenses) ฉบับปรับปรุงใหม่จำนวน 3 ฉบับ เพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย:
1. การอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมบางประการที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่มีถิ่นกำเนิดในเวเนซุเอลา
2. การอนุญาตให้จัดหาสินค้าและบริการบางประเภทแก่เวเนซุเอลา
3. การอนุญาตให้เจรจาและทำสัญญาแบบมีเงื่อนไข (Contingent Contracts) สำหรับการลงทุนบางประเภทในเวเนซุเอลา
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การปรับปรุงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลาในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ และช่วยรักษาเสถียรภาพด้านอุปทานในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกให้เพียงพอต่อความต้องการ
"การอนุญาตเหล่านี้จะช่วยขยายขอบเขตการลงทุนและกิจกรรมในอุตสาหกรรมพลังงานของเวเนซุเอลา และเปิดช่องทางให้สามารถส่งออกปุ๋ยตรงเข้าสู่สหรัฐฯ ได้" กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุ
การผ่อนปรนครั้งนี้ถือเป็นความต่อเนื่องจากช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไปเพื่อคลายล็อกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา โดยไฟเขียวให้นิติบุคคลสัญชาติอเมริกันที่จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้อง สามารถเข้าทำธุรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาได้
ทั้งนี้ การปรับท่าทีด้านนโยบายพลังงานดังกล่าว เกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 3 มกราคม เมื่อกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมสายฟ้าแล บในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เข้าควบคุมตัวอดีตประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร และภริยา ก่อนส่งตัวข้ามแดนไปยังนครนิวยอร์กเพื่อเตรียมขึ้นศาลดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด







