พีระพันธุ์ขู่! สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ให้ระวังตัวไว้ อัดทุกคนที่อยู่ในกระบวนการขายน้ำมันคือ "ไอ้โม่ง"

ชี้ตอนเป็น รมว.พลังงาน ไม่เข้าประชุม กบน. เพราะตนไม่เห็นด้วยที่ใช้เงินไปชดเชยราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ซึ่งสวนทางความเป็นจริง เหตุกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาหน้าโรงกลั่นมาตลอด

โดยนายพีระพันธุ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ดังนี้

"ทุกอย่างที่พวกท่านทำ ท่านมีความรับผิดชอบทางกฎหมายนะ ท่านต้องอธิบายได้นะว่าทำไม 6 บาท มีข่าวมาบอกว่ามีการตกลงกันแล้วว่าจะให้ขึ้น 6 บาท ท่านตอบให้ได้นะ... ถ้าท่านตอบไม่ได้ 'ระวัง(ตัว)!!'

คนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการขายน้ำมันทั้งหมด ทุกคนที่อยู่ในวงการเนี้ย คือ 'ไอ้โม่ง' ทั้งนั้น"

เมื่อถูกถามเรื่องการประชุมคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายพีระพันธุ์ตอบว่า 'ตนไม่เคยเข้าประชุม' แม้ว่า รมว.พลังงานจะเป็นประธานโดยตำแหน่ง เหตุเพราะตนไม่เห็นด้วยกับการใช้กองทุนเชื้อเพลิงมาตรึงราคาพลังงาน

"ผมไม่เคยประชุม...ผมไม่เข้า เพราะผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะไม่สามารถให้คำตอบผมได้ในหลายเรื่อง ว่าทำไมชดเชยเท่านี้ ทำไมคำนวณแบบนี้ แล้วจะให้ผมเห็นชอบ... ผมเห็นชอบด้วยไม่ได้"

"ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมรู้สึกว่ามันเป็นความผิดตามกฎหมาย ผมก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนี้ผมออกกฎหมายใหม่ดีกว่า เป็นที่มาของเหตุผลที่ผมบอกว่า ต้องมีน้ำมันสำรองของประเทศ มาแทนกองทุนน้ำมัน"

"การชดเชยเนี่ย ให้ชดเชยเนื้อน้ำมันสิ ไม่ใช่ชดเชยราคาหน้าปั๊ม เพราะนั่นคือเนื้อน้ำมัน แต่ราคาหน้าปั๊มมันคือภาษี มันคือเงินเข้ากองทุน มันคืออะไรยิบย่อยเต็มไปหมด แล้วคุณเอาราคาหน้าปั๊มไปชดเชย ก็เท่ากับคุณชดเชยทุกอย่างคืนเขาไปได้ยังไง"

ทั้งนี้คำกล่าวอ้างของนายพีระพันธุ์เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่ตรงกับ 'ข้อเท็จจริง' เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชดเชยราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ไม่ใช่ชดเชยราคาหน้าปั๊ม (ที่บวกภาษีหรือค่าการตลาดของผู้จำหน่ายน้ำมัน) ตามที่นายพีระพันธุ์กล่าวอ้างแต่ประการใด

#TheStructure

#TheStructureNews

#พรรครวมไทยสร้างชาติ #พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค #สงครามอิหร่าน

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากบทสัมภาษณ์ของนายพีระพันธุ์ที่แสดงจุดยืนแรงกล้าเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เห็นภาพความขัดแย้งภายในระบบที่มีผลต่อราคาน้ำมันในประเทศอย่างลึกซึ้ง ในฐานะผู้ติดตามข่าวสารพลังงาน ผมมองว่าประเด็นเรื่องการชดเชยราคาน้ำมันถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ พีระพันธุ์เน้นย้ำว่าการชดเชยที่ควรทำคือชดเชยที่ระดับเนื้อน้ำมัน ก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภค ไม่ใช่ชดเชยราคาหน้าปั๊มที่รวมค่าภาษีและค่าการตลาด ซึ่งอาจบิดเบือนต้นทุนและทำให้สัญญาณราคาผิดเพี้ยน ผมคิดว่าความเห็นของเขามีความน่าสนใจตรงที่ชี้ให้เห็นถึงความโปร่งใสและความถูกต้องในการบริหารกองทุนพลังงานประเทศ เพราะหากกองทุนใช้งบประมาณไม่ตรงจุดจริง อาจทำให้ภาระราคาน้ำมันตกอยู่กับประชาชนในรูปแบบที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงยังซ่อนปัญหาเชิงระบบไว้ การที่พีระพันธุ์ไม่เข้าร่วมประชุมกบน. จนถึงขั้นหาทางออกโดยการเสนอให้มีน้ำมันสำรองของประเทศ ก็สะท้อนว่าเขาต้องการแก้ไขในระดับโครงสร้างระบบมากกว่าการจัดการเฉพาะหน้า ผมเองเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันสำรองของหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา มีการจัดเก็บน้ำมันสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภาวะสงครามหรือปัญหาการผลิตน้ำมัน ซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันและความมั่นคงด้านพลังงานประเทศได้ดี การนำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับไทยอาจทำให้ภาพรวมการจัดการพลังงานของประเทศแข็งแรงขึ้น ลดการพึ่งพากองทุนน้ำมันซึ่งอาจมีช่องว่างที่ควบคุมได้ยาก สุดท้ายประเด็นที่พีระพันธุ์ใช้คำว่า "ไอ้โม่ง" เพื่อเปรียบเปรยผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการขายน้ำมัน อาจสะท้อนความไม่ไว้วางใจต่อระบบและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยรวมผมคิดว่าการเปิดเผยความคิดเชิงวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ เป็นประโยชน์สำหรับการกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบและปรับปรุงระบบพลังงานในไทยให้โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งกับประชาชนและผู้บริหารกองทุนเอง

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Bheera Kaesaed
Bheera Kaesaed

วลีสุดท้าย บ่งบอกว่าคุณถือหาง โรงกลั่นหรือเปล่า เขาไม่ได้พูดผิดทั้งหมด มีความจริงเกือบทั้งหมด

รูปภาพของ ปรีดาเกตุสวัสดิ์
ปรีดาเกตุสวัสดิ์

สู้ไปสมัยหน้าชงเชือกตั้งใหม่